กเดี๋ยวเรากลับเข้าไปในห้องกัน”เฉินเสียนรีบลุกขึ้นจากบนร่างกายของเขา และจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง ในมือก็ถือถ้วยนํ้าชาอยู่และจิบอยู่สองสามจิบใบหูของเธอก็เริ่มแดง และกล่าวว่า“กลางวันแสก ๆ ข้าไม่กลับไปในห้องกับท่านหรอก”ซูเจ๋อหรี่ตาและมองไปที่หูของเธอ เขาก้มศีรษะและปัดที่มุมเสื้อผ้าของเขาและหัวเราะเบา ๆก่อนที่เฉินเสียนจะพูดออกไป ก็มีเงาของใครคนหนึ่งเดินเข้ามาในเรือนคือแม่ทัพโฮ้วเมื่อมองเห็นแม่ทัพโฮ้ว เรื่องในใจทั้งหมดก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ซูเจ๋อยกถ้วยนํ้าชาออกไป และกล่าวกับเฉินเสียนว่า “ดูท่าอาการเมาค้างของท่าน ยังต้องการนํ้าชาเพิ่มอีก”เฉินเสียนมองไปที่ถ้วยนํ้าชาที่ยังเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง แต่ถูกซูเจ๋อยกออกไปเฉินเสียนโบกมือทักทายแม่ทัพโฮ้ว “แม่ทัพโฮ้ว เชิญเข้ามานั่งก่อน”แม่ทัพโฮ้วเดินเข้ามา ยกเสื้อคลุมของเขาและนั่งลงที่ระเบียงกับเฉินเสียนอยู่ครู่หนึ่ง423
ทั้งสองคนดูเหมือนสมองไม่ค่อยสั่งการได้ดีเท่าไรนัก ซึ่งยังคงเมาค้างอยู่เฉินเสียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง และกล่าวว่า “ทำไมวันนี้แม่ทัพถึงมีเวลาว่างมานั่งเหม่อลอยเป็นเพื่อนข้าล่ะ?”แม่ทัพโฮ้วกล่าว “ไม่รู้สิ รู้สึกสมองว่างเปล่า ปวดหัวหน่อย ๆ ไม่อยากจะทำอะไรทั้งนั้นพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียน “บังเอิญจัง ข้าก็เป็นเหมือนกัน คงเป็นผลสืบเนื่องจากอาการเมาค้างน่ะ ไม่อย่างนั้นข้าให้ซูเจ๋อยกนํ้าชาแก้อาการเมาค้างมาให้ท่าน”แม่ทัพโฮ้ว “ไม่เป็นไร ข้านั่งอีกสักพักก็