ห้าถึงสิบคน เบียดกันอยู่ในกระโจมเดียวกัน”คล้ายกับว่าแม่ทัพโฮ้วดื่มหนักมากแล้ว เมื่อเปิดการสนทนาก็พูดเป็นต่อยหอยถามต่อว่า “กระโจมกว้างไหม? ห้าถึงสิบคนใช้หนึ่งกระโจม งั้นพอตั้งเตียงได้ห้าถึงสิบอันไหม?”เมื่อคุยถึงเรื่องจุกจิกในค่าย เมื่อกี้เฉินเสียนปากเร็วไปหน่อย ตอนนี้ตอบอย่างระวังว่า “กระโจมทหารจะสู้กระโจมแม่ทัพได้อย่างไร ไม่พอตั้งเตียงขนาดนั้นหรอก ปกติจะนอนด้วยกันสองถึงสามคนในเตียงไม้หนึ่งอันตัว”ซูเจ๋อยกมือลูบสันจมูก กล่าวเสียงทุ้มตํ่าอย่างปวดเศียร เวียนเกล้า “องค์หญิงไม่จำเป็นต้องพูดรายละเอียดพวกนี้กับทหารเก่าแก่หรอก เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร”จากนั้นแม่ทัพโฮ้วก็ถามอีกว่า “ออ? งั้นองค์หญิงนอนเบียดกับทหารนายไหน? โดนผู้นั้นจับได้ว่าเป็นสตรีหรือเปล่า?”เฉินเสียนพึ่งรู้ตัวว่าเธอถูกทหารชราล่อถาม เธอแทบอยากกัดลิ้นตัวเองให้ตายเหลือเกินเฉินเสียนเท้าคาง กล่าวว่า “ท่านใช้เล่ห์เหลี่ยมกับข้า?”แม่ทัพโฮ้วกล่าวด้วยใบหน้าวาทะเต็มไปด้วยสัจธรรม “องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมเป็นห่วงชื่อเสียงขององค์หญิง ไม่มีเจตนาพูดไร้สาระ ใช่ทหารที่องค์หญิงพามาเมื่อวานหรือไม่ พร่◌ุงนี้ข้าจะไปเชือดคอเขาทิ้ง”เฉินเสียนกระดกมุมปาก “……ไม่ใช่ แแค่เป็นแผนการรับมือชั่วคราว ไหนเลยจะเกี่ยวพันถึงชื่อเสียงเรียงนาม แม่ทัพโฮ้วกล่าวเกินไปแล้ว?”เหลียนชิงโจวกล่าวอย่างรู้ความ “แม่ทัพโฮ้ววางใจ ไม่ว่าอย่างไรอาจารย์ก็ไม่ทำให้ชื่อเสียงองค์หญิงป่