เห็นซูเจ๋อจากไป เฉินจึงคว้ามือของเขาไว้ด้วยจิตใต้สำนึก ถามอย่างระมัดระวังว่า “ซูเจ๋อ ท่านให้อภัยข้าแล้วใช่ไหม?”ซูเจ๋อกล่าว “ข้าไม่ให้อภัยท่าน ไม่เท่ากับหาเรื่องทรมานตัวเองหรอกหรือ?”เธอหลุบตาลง รีบกล่าวว่า “แล้ว……เหตุใดท่านไม่อยู่ต่อ?”ซูเจ๋อหันกลับมาเห็นแววตาล่องลอยของเธอ หลังอาบนํ้าเสร็จ ใบหน้าแดงระเรื่อจนถึงติ่งหู แววตาเขามืดมน กล่าวว่า “ที่นี่คนพลุกพล่าน หากข้าหักห้ามหัวใจไม่พักค้างคืนในห้องของท่าน มันจะเป็นผลดีกับตัวท่าน”เฉินเสียนรู้ดีว่า เวลานี้กำลังทำการรบอยู่ ควรสำรวมเสียบ้าง เพียงแต่เธอไม่อยากให้ซูเจ๋อไปอย่างนี้ตอนอยู่ในค่ายทหาร เธอนอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อนแขนเขาทุกคืนเฉินเสียนกล่าวอย่างตื่นตระหนกสับสน “แต่ว่า……ข้าอยากให้ท่านอยู่ต่อ?”ภายในห้องไร้เสียงซูเจ๋อตอบกลับเป็นเวลานานเธอจึงท้อใจ ปล่อยมือซูเจ๋อออก กล่าวว่า “ช่างเถอะ เหมือนเวลานี้ข้าควรเห็นแก่ส่วนรวมหน่อย”เพียงแต่มือยังไม่ทันวางลงก็ถูกซูเจ๋อกุมไว้ เธอเงยหน้าขึ้นมองก็สบตากับแววตาล่◌ุมลึกของเขาซูเจ๋อกุมมือเธอแล้วเคลื่อนลงมายังใต้ท้องของตัวเอง หรี่ตากล่าวว่า “เมื่อครู่ลงโทษท่านเบาไปใช่หรือไม่ อยากให้ลงโทษท่านต่อสินะ?”398
ถึงแม้จะมีเสื้อผ้าขวางกั้น แต่เฉินเสียนก็สัมผัสได้ เธอรู้สึกถึงความแข็งและเร่าร้อนคล้ายกับเหล็กร้อน เธอสะดุ้งจนร้อนรุ่มอย่างไม่เอาไหนซูเจ๋อกุมมือเธอไว้แน่น ไม่ให้ดิ้นหลุดไปไหน กล่าวอีกว่า “เช่นนี้ ท่านยังยื