นยันให้ข้าอยู่ต่อหรือไม่?”เฉินเสียนอ้าปาก ไม่ได้พูดอะไรออกมาซูเจ๋อหลุบตามองริมฝีปากแดงฉํ่าที่อ้าเล็กน้อยของเธอ เขาค่อยๆโค้งตัวลงมาเอียงหน้าประทับริมฝีปาก แล้วเริ่มลิ้มลองความหวานชื่นยามที่เขาหยุดลิ้มลอง เตรียมจะหันหลังออกไป สมองของเฉินเสียนก็เกิดเสียงดังขึ้น อยาก เธออยากรั้งเขาไว้เธอโอบเอวของเขา ตอบสนองเขาอย่างน่าสมเพชเธอไม่รู้ตัวว่าความคิดในสมองเปล่งออกมาจากปากเสียแล้ว “อยาก ข้าอยากรั้งท่านไว้……”ซูเจ๋อชะงัก วินาทีต่อมาก็อ้◌ุมเธอบนเตียง สะบัดแขนเสื้อก็สามารถกางมุ้งสองข้างเฉินเสียนหายใจหอบเบาๆ ชุดนอนถูกซูเจ๋อดึงลงมาที่ไหล่ ไม่รู้ว่าตัวเองพูดพรํ่าเพรื่อสิ่งใดอยู่ นิ้วมือสัมผัสรอยแผลบนแผ่นหลังของเขา กล่าวอย่างคลุมเครือว่า “ซูเจ๋อ ท่านก็สามารถสัมผัสอย่างเพลิดเพลินได้ ไม่ต้องกังวล ท่านไม่ได้สูบเสียข้า……”……399
วันถัดมา เฉินเสียนนอนตื่นสายออกจากห้องไปกินมื้อเที่ยง คาดไม่ถึงว่าเมื่อถึงโรงอาหารก็เห็นแม่ทัพโฮ้วกับเหลียนชิงโจวก็อยู่ด้วย และไม่รู้ว่าซูเจ๋อมาถึงเมื่อไหร่ บัดนี้เขาก็อยู่ในโรงอาหารด้วย แต่อย่างไรเสียก็คือมาก่อนเธอแม่ทัพโฮ้วเห็นเฉินเสียนเดินจับหลังเข้ามา ถามด้วยความเป็นห่วงว่า “องค์หญิงเป็นกระไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”เฉินเสียนมองซูเจ๋อที่กำลังจิบชาอย่างลอยหน้าลอยตา เม้มปากกล่าวด้วยใบหน้าเฉื่อยชา “ไม่เป็นอันใด แค่ไม่ระวังโดนเอวเท่านั้น”เหลียนชิงโจวเผยเสียงหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์และมีเลศนัย “