่อเสียงขององค์หญิงจิ้งเสียนขจรขจายไปทั่ว ตอนนี้ยังไม่สะดวกมีข่าวเรื่องรักๆใคร่ๆมากนักยามนี้แค่เพียงจูงมือก็ทำให้เฉินเสียนเบิกบานใจแล้ว ใบหน้าเธอกลับแสร้งทำเป็นเงียบสงบ แค่นเสียงกล่าวว่า “พวกเขาลือว่าข้าวิเศษวิโส เป็นเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าข้างกายข้ามีท่านอยู่”ซูเจ๋อสอดมือประสานกันกับเธอไปพลาง กล่าวไปพลาง “ท่านใจกล้าเยี่ยงนี้ ไม่นานพวกเขาต้องรู้หมดแน่”ควรหลีกเลี่ยงท่าทางกระหนุงกระหนิงเช่นนี้ ทว่าเฉินเสียนห้ามใจไม่ได้ ยามนี้แอบจับมือของเขา ซึ่งซูเจ๋อก็ไม่คิดจะปล่อยง่ายๆเช่นกันโชคดีที่พบเจอทหารระหว่างทาง พวกเขาโค้งคำนับ ไม่ได้เงยหน้ามองโดยตรงจนแม่ทัพโฮ้วแสดงกระบวนท่าหมัดมวยเสร็จ แล้วเข้าไปเช็ดเหงื่อในกระโจมจากนั้นก็ก้าวเท้ายาวออกมาพลันเห็นเฉินเสียนกับซูเจ๋อพอดิบพอดีสายตาแม่ทัพโฮ้วหยุดอยู่ที่แขนเสื้อที่แนบชิดกันของทั้งคู่ คล้ายกับอากาศธาตุก็ควบแน่นเป็นปีกแผ่นในชั่วพริบตา402
เฉินเสียนหน้าแดงกํ่า ฟังซูเจ๋อถามไถ่แม่ทัพโฮ้วอย่างกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น“ท่านแม่ทัพฝึกซ้อมกระบวนท่าหมัดมวยเสร็จเร็วจัง”สิ้นเสียงเขาก็เป็นฝ่ายปล่อยมือเฉินเสียนออก“หา อืม อืม ฝึกเสร็จแล้ว” แม่ทัพโฮ้วเงยหน้ามองยังฟากฟ้า แสร้งทำเป็นไม่เห็นอันใดทั้งนั้น กล่าวพึมพำในคอ “อากาศเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อชุ่มตัว”ซูเจ๋อก็มองท้องฟ้าตาม พยักหน้ากล่าวว่า “อากาศเริ่มร้อนแล้วจริงๆ”เฉินเสียนกะพริบตาปริบๆอย่างเงียบงัน
403