เฮ่อโยวเอ่ยอย่างสบายๆ ว่า “ท่านไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับข้า ตอนนี้ข้าเป็นอาลักษณ์ฝ่ายพิธีการ เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ขั้นสองแห่งราชสำนัก”“เจ้าจะไม่ไปพร้อมกับเราหรือ”เฮ่อโยวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ไปพร้อมกับพวกท่านไม่ได้ ข้ายังอยากอยู่เป็นขุนนางให้นานขึ้นอีกสักสองสามวัน”เฉินเสียนขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ถ้าเจ้าชอบเป็นขุนนาง ไว้วันข้างหน้าข้าจะให้เจ้าเป็นจนสมใจ ต่อให้เจ้ากระอักก็จะไม่อนุญาตให้เจ้าปลดเกษียณ”“แต่ข้าไม่เก่งการสู้รบ ไปกับพวกท่านก็มีแต่จะเป็นตัวถ่วง พอไปถึงสนามรบแล้วข้าทนเห็นคนตายเป็นเบือไม่ได้ ข้ายังเหมาะกับการอยู่ในตำแหน่งที่สุขสบายมากกว่า”เฉินเสียนกล่าวว่า “เจ้าไม่จำเป็นต้องลงสนามรบเพื่อฆ่าฟันศัตรู ขอแค่อยู่ห่างจากเมืองหลวง อยู่ที่ไหนเจ้าก็สุขสบายได้เหมือนกัน”ภายในห้องเกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะต่อมาเฮ่อโยวจึงถอนหายใจและบอกว่า “ถ้าข้าทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ตาเฒ่าของข้าจะเป็นอย่างไรเล่า ตอนนี้เขาทนรับความผันผวนใดๆ อีกไม่ได้แล้ว”เฉินเสียนยังคงเอ่ยอย่างรู้นํ้าใสใจจริงของเขาเธอกล่าวว่า “รู้น่ะว่าเจ้ามีข้ออ้างมากมาย ตอนนี้ยากนักที่จะทำให้เจ้าพูดความจริง ต้องพูดอ้อมไปอ้อมมาอยู่นั่นละ” เธอหยุดไปนิดหนึ่ง “อาศัยตอนที่ตาเฒ่า295
ของเจ้ายังอยู่ อย่าอ้อมค้อมไปมาอยู่เลย อย่ารอจนถึงวันที่ไม่มีเขาอยู่ ถึงตอนนั้นเจ้าจะพูดความจริงจากใจให้ใครฟัง”เฮ่อโยวฟังแล้วใจหวิว และเขาก็ยิ้มออกมา “ข้า