เป็นแค่ปีศาจที่ชั่วร้ายในสายตาของเขา”“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ตอนที่ข้ากับเจ้าแสร้งทำเป็นสมรสกัน ทำไมเขาจะต้องมาเป็นผู้ใหญ่ ทำไมเขาจะต้องนั่งในที่ของบุพการีด้วย”เฮ่อโยวพูดไม่ออกเห็นได้ชัดว่าไม่มีใครยอมเสียใครไป แต่จำต้องแสดงท่าทีเย็นชาต่อกันเมื่อยามเผชิญหน้าเมื่อก่อนเฮ่อเซียงมักจะพูดติดปากว่าเขา “ไม่เป็นโล้เป็นพาย” “ไม่มีทางหลุดจากโคลนตม” ฯลฯ แต่เขากลับเป็นคนที่รักเฮ่อโยวมากที่สุด ยอมยกโทษให้และคอยจัดการปัญหาให้เขาเสมอตอนนี้เฮ่อโยวพูดดีๆ ไม่ได้อีกแล้ว เขาไม่ลังเลเลยที่จะเอ่ยถ้อยคำที่เหลือทนและไร้ความปรานีที่สุดกับเฮ่อเซียงบิดาของเขา แต่หัวใจที่อยู่ในอกยังคงอ่อนโยนอยู่เสมอเขาอดห่วงเฮ่อเซียงไม่ได้ และไม่คิดจะติดตามเฉินเสียนออกไปจากเมืองหลวงเพียงคนเดียวโดยทิ้งตระกูลเฮ่อไว้ข้างหลังเขายังมีภาระต้องรับผิดชอบในฐานะเสาหลักเพียงคนเดียวของตระกูลเฮ่อเฉินเสียนตบบ่าของเฮ่อโยวและกล่าวว่า “ข้าจะไม่ห้ามถ้าเจ้าตัดสินใจจะอยู่ที่เมืองหลวง หากมีคำพูดหรือเรื่องอะไรที่อยากพูดอยากทำก็รีบทำเสียแต่เนิ่นๆ อย่ารอจนสายเกินไปแล้วมานึกเสียใจทีหลัง”296
เฉินเสียนเอ่ยอย่างแผ่วเบา “หลังจากพวกเราไปแล้ว เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีจะต้องรอจนกว่าเราจะกลับมา ทำได้ไหม”เฮ่อโยวตอบว่า “ท่านอย่าได้กังวลเลย ข้าดูแลตัวเองได้ เมื่อถึงกาลที่ราชสำนักเกิดความวุ่นวาย จำเป็นต้องมีคนมาคอยควบคุม ท่านบัณฑิตได้มอบภาระหน้าที่นั้นให้ข้า และข้าจะพ