ยายามทำมันอย่างดีที่สุด”เฉินเสียนเตือนว่า “จะดีจะเลวอย่างไรบิดาของเจ้าก็เป็นอัครมหาเสนาบดีคนหนึ่ง เรื่องทางนี้เขาน่าจะเชี่ยวชาญมากกว่าเจ้า ถ้าเจ้าไม่เข้าใจก็ควรไปขอคำชี้แนะจากเขาให้มากๆ”เฮ่อโยวกล่าวว่า “ข้ารู้ ท่านอย่าได้เป็นห่วงข้าเลย”เฮ่อโยวนั่งอยู่ในห้องอีกครู่หนึ่งก่อนจะลุกจากไป จากนั้นอวี้เยี่ยนจึงเรียกให้คนมาเก็บถ้วยชามบนโต๊ะอวี้เยี่ยนยกถ้วยชาร้อนๆ มาให้อีกเมื่อเฉินเสียนนึกถึงสิ่งที่อยากจะพูดขึ้นมาได้ เธอจึงเงยหน้ามองอวี้เยี่ยนและเห็นว่านางมีท่าทางหงอยๆเฉินเสียนถามอย่างแปลกใจ “ทำหน้าแบบนี้มีอะไรหรือเปล่า”อวี้เยี่ยนตอบว่า “เมื่อครู่บ่าวได้ยินพวกท่านคุยกัน และบ่าวก็มาตระหนักได้ว่าบ่าวเองก็ไม่มีทักษะการต่อสู้ เช่นนั้นบ่าวก็จะตามองค์หญิงไปไม่ได้ใช่หรือไม่เพคะ”เฉินเสียนบีบมวยผมของอวี้เยี่ยนและกล่าวว่า “ข้ากำลังคิดจะพูดกับเจ้าเรื่องนี้พอดี เมื่อออกจากเมืองหลวง ภายนอกจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายเพราะภาวะสงคราม ข้าจึงคิดจะให้เจ้าอยู่ที่นี่กับเฮ่อโยวสักพักหนึ่ง”297
อวี้เยี่ยนนํ้าตาคลอ “แต่บ่าวไม่กลัวเพคะ บ่าวอยากไปกับองค์หญิง”“ฟังนะ” เฉินเสียนขู่ “เจ้าคิดว่าการสู้รบข้างนอกเป็นเรื่องสนุกงั้นหรือ? แค่ความประมาทเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เจ้าตายได้”อวี้เยี่ยนเบะปากเฉินเสียนจึงเอ่ยอีกว่า “ข้าเห็นว่าเฮ่อโยวยังไม่มีสาวใช้ข้างกาย เจ้าอยู่คอยดูแลเขาก็ดีแล้ว เจ้าลองคิดถึงเมื่อก่อนสิ คนที่คาบช้อนเงินช้อ