นไหม ฟ้ามืดแล้ว หนทางคงจะลำบาก”271
แม่นมซุยเอ่ยอย่างซาบซึ้งว่า “ไม่เป็นไร ท่านไปส่งข้าที่ทางแยกอีกสองลี้ข้างหน้าก็พอ จะมีคนมารับเราที่นั่น”“งั้นก็ตามนั้น”บริเวณใกล้ๆ สุสานตระกูลฉินมีรถม้าคันหนึ่งจอดอยู่นานครึ่งค่อนวันแม่นมซุยพุ่งตรงไปขึ้นรถม้าทันทีที่มาถึง ฉินหรูเหลียงเริ่มเคลื่อนรถม้าซึ่งมีแสงไฟสลัวๆ อยู่ที่หน้ารถ สะบัดแส้คุมรถให้เคลื่อนไปบนถนนหลวงทันทีอวี้เยี่ยนถูกขังไว้ในโรงเก็บฟืนซึ่งมืดมากจนมองอะไรไม่เห็น นางทั้งเป็นห่วงเฉินเสียนทั้งกลัวที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องเล็กๆ มืดๆ เช่นนี้โรงเก็บฟืนถูกลั่นดาลเอาไว้ ไม่ว่าจะออกแรงอย่างไรนางก็เปิดไม่ออก ตะโกนออกไปก็ไม่มีใครตอบรับ จนในที่สุดจึงได้แต่นั่งขดตัวอยู่ที่มุมห้อง สะอึกสะอื้นอยู่เงียบๆ ขณะที่ในใจก็นึกสาปแช่งเฮ่อโยวเป็นร้อยเป็นพันครั้งไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก มีใครคนหนึ่งหยุดอยู่ข้างนอกโรงเก็บฟืน อวี้เยี่ยนไม่รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นคนดีหรือคนเลว นางจึงหดตัวอยู่ในมุมนั้นโดยไม่กล้าส่งเสียงใดๆผ่านไปไม่นานก็มีของบางอย่างยัดเข้ามาในช่องว่างข้างใต้โรงเก็บฟืน อวี้เยี่ยนเห็นได้รางๆ จากแสงที่ส่องลอดเข้ามาจากข้างนอกว่านั่นคือหมั่นโถวลูกหนึ่งอวี้เยี่ยนถามไปทันที “ท่านเป็นใครน่ะ”“ยังไม่ได้กินข้าวเย็นไม่ใช่หรือ รับไปกินซะสิ”อวี้เยี่ยนจำได้ทันทีว่านั่นคือเสียงของเฮ่อโยว นางวิ่งเข้าไปเตะประตูอยู่พักหนึ่งพลางก่นด