มัวเขายิ้มที่มุมปากเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มจากสีหน้าที่ซีดและอ่อนล้าเล็กน้อยของเขา เมื่อมองเห็นใบหน้าของเธอแล้ว ก็ผ่อนคลายและปล่อยวางลงเฉินเสียนจ้องมองเขาอยู่เนิ่นนาน ดวงตาแดงกํ่า ไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียวไม่แม้แต่กะพริบตา เพราะกลัวว่าแค่กะพริบตาเบาๆ คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอนั้นจะหายตัวไปแม่นมที่อยู่ด้านนอก ยกซุปสร่างเมามา เห็นว่าที่ทางเดินนั้นไม่มีใคร เมื่อมองเข้าไปยังห้องหอ ก็เห็นเงาของผู้ชายคนหนึ่ง จึงคิดว่าเป็นเจ้าบ่าวเฮ่อโยวแม่นมจึงจะเปิดประตูเข้าไป แต่ปรากฏว่าบานประตูนั้นถูกลงกลอนอยู่ นางจึงพูดขึ้นว่า : “ท่านราชบุตรเขย ซุปสร่างเมาที่ท่านสั่งไว้ ข้าน้อยยกมาแล้วเจ้าค่ะ”ซูเจ๋อมองเฉินเสียนด้วยสายตาที่ลุ่มลึก พูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงเรียบเฉยว่า :“ตอนนี้ข้าไม่ต้องการซุปสร่างเมาแล้ว เจ้าถอยไปเถอะ”จะสร่างเมาก็ดี จะเมามายก็ดี ตอนนี้ได้เข้าห้องหอไปแล้ว จะเอาซุปสร่างเมาไปทำไม259
รอให้ผ่านพ้นคืนนี้ไป พรุ่งนี้แม่นมก็สามารถกลับเข้าพระราชวังเพื่อไปทูลรายงานต่อองค์จักรพรรดิได้แล้ว เพราะฉะนั้นแม่นมจึงไม่อยู่รบกวนต่อ และได้ถอยออกไปในที่สุดซูเจ๋อวางคันชั่งลงบนโต๊ะ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “อาเสียน ขอบใจท่านมาก”เฉินเสียนพยายามควบคุมไม่ให้มือที่อยู่ภายในแขนเสื้อนั้นสั่นเทา เธอตอบกลับไปว่า : “ขอบคุณอะไรข้า?”“ข้าคิดว่าครั้งนี้ ข้าจะทำได้แค่มองดูท่านแต่งงานกับผู้อื่นเสียแล้ว ตั้งแต่ในพระราชวังจนถึงนอกพร