เขาก็ไม่อุ่นขึ้นมาเลยสักนิด ข้ากอดเขาตลอดทั้งสองวันสองคืน เขาก็ไม่ยอมลืมตามาดูข้าเลยแม้แต่นิดเดียว”เฉินเสียนกัดฟันแน่น นํ้าเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด : “ที่จริงแล้วห้วงเวลาที่ข้าอุ้มเขาเข้ามากอด ข้าก็สัมผัสได้ว่าตัวเขาไม่มีชีพจรแล้ว……”ซูเจ๋อจึงพูดขึ้นว่า : “เจ้าน่องน้อยโดนพิษชนิดรุนแรง ข้าจึงยืดเวลาของพิษออกไป จากนั้นก็ได้ทำการห้ามเลือดที่ไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ด” เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเฉินเสียน จับมือที่ปิดตาของเธอออก พูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงกระซิบว่า : “สิ่งที่โชคดีก็คือ ตอนที่ท่านอยู่ในพระราชวังนั้น ท่านได้ให้ความร่วมมือดีมาก ส่งเจ้าน่องน้อยออกจากพระราชวังได้ทันกาลพอดี ข้าถึงได้ช่วยชีวิตเขาทัน”“แต่ข้าได้ยินมาว่า หลังจากที่ฉินหรูเหลียงพาเขาไปแล้ว มีคนในพระราชวังได้เห็นกับตาว่าเขาถูกใส่เข้าไปในโลงศพ……”“ใช้กลอุบายนิดหน่อย ก็สามารถตบตาทำให้สับสนได้แล้ว” ซูเจ๋อพูดกับเธอว่า: “อาเสียน ฟังข้านะ เจ้าน่องน้อยยังมีชีวิตอยู่”เฉินเสียนในตอนนี้ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของตัวเองได้ เหมือนว่าตัวเธอนั้นได้เดินอยู่บนหนทางแห่งความสิ้นหวัง แต่แล้วจู่ๆ ท้องฟ้าที่มืดมิดก็เปิดออกเผยให้เห็นถึงความสว่างที่เจิดจ้า เธอจับมือของซูเจ๋อไว้แน่น รีบถามขึ้นด้วยความ262
เป็นกังวลใจ : “แล้วตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง? เลือดยังไหลออกมาอยู่หรือเปล่า? สีหน้าของเขาดีขึ้นบ้างไหม?”ถามไปมาอยู่ครู่หนึ่ง เฉินเสียนก็พยายาม