เข่าโน้มตัวโค้งคำนับหน้าผากเสมอพื้นในท้องพระโรง สีหน้าท่าทางของเขาแสดงออกด้วยความจริงใจอย่างที่สุดองค์จักรพรรดิที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ ทรงทอดพระเนตรมองเฮ่อโยวที่คุกเขาเสมอพื้นอยู่เนิ่นนาน แล้วจึงทรงตรัสขึ้นอย่างไม่เข้าพระทัยว่า : “เฮ่ออ้ายชิง จิ้งเสียนเป็นคนที่เหล่าข้าราชบริพารต่างรังเกียจและหลีกเลี่ยง นางใช่ว่าจะไม่เคยแต่งงานออกเรือน นางเป็นหญิงที่เพิ่งสูญเสียลูกชายไป ตอนนี้นางขาดซึ่งสติและได้วิปลาสไปแล้ว ตอนนี้เจ้ายังอยากจะสู่ขอนางกับข้าอีกหรือ?”องค์จักรพรรดิไม่ได้ทรงโยนเผือกร้อนมือลูกนี้ให้กับเฮ่อโยว แต่เฮ่อโยวกลับเป็นคนมาขอเองถึงที่ องค์จักรพรรดิจะไม่ทรงไตร่ตรองเจตนาของเฮ่อโยวไม่ได้เสียแล้วเฮ่อโยวจึงพูดออกไปว่า : “ฝ่าบาททรงไม่รู้ว่าควรจะวางองค์หญิงไว้ในตำแหน่งไหน งั้นกระหม่อมยินดีจะเป็นคนแบ่งเบาความกังวลพระทัยและปัญหานี้ของฝ่าบาท โดยการสู่ขอองค์หญิงจิ้งเสียนเป็นภรรยา จะกำราบและควบคุมองค์หญิงเป็นอย่างดี หากเป็นไปได้ กระหม่อมจะทำให้องค์หญิงตั้งครรภ์อีกครั้ง เมื่อเด็กเกิดมาแล้ว กระหม่อมจะส่งเด็กกลับเข้ามายังพระราชวัง เพื่อใช้เป็นเบี้ยต่อรองและควบคุมองค์หญิงจิ้งเสียนพ่ะย่ะค่ะ”238
เฮ่อโยวพูดขึ้นต่อว่า : “ในตอนนี้องค์หญิงจิ้งเสียนวิปลาสขาดซึ่งสติ แต่วันข้างหน้าก็อาจจะได้สติกลับมาก็เป็นได้ ตอนที่องค์หญิงจิ้งเสียนแต่งงานออกเรือนกับฉินหรูเหลียงก็วิปลาสเยี่ยงนี้ไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ เพราะฉ