วาสนามาแล้วจากไป หากโยมสามารถปล่องว่างได้ หัวใจก็จะสงบดั่งสายนํ้าเอง”เฉินเสียนคำนับ กล่าวว่า “ไต้ซือใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเห็นแก่นแท้ จิ้งเสียนคงไม่อาจทำได้ในเวลาส้้นๆหรอก? จิ้งเสียนไม่อาจละทางโลกได้ สิ่งที่ภาวนาจึงเป็นเรื่องทางโลกทั้งนั้น”พอฟ้าสว่างเต็มที่ก็มีพระราชโองการเรียกตัวเฉินเสียนกลับวังโดยเร็วอีกหลายวันกว่าจะถึงสี่สิบเก้าวันแท้ๆเฉินเสียนตระหนักได้ว่าลางสังหรณ์ที่ว่าน่าจะเป็นเรื่องนี้สินะ เธอกับอวี้เยี่ยนเก็บสัมภาระเสร็จสรรพ จากนั้นก็กล่าวคำอำลากับเจ้าอาวาสและพระสงฆ์ในวัดฮู่กั๋ว ก่อนจะลงเขาไปอย่างไม่เร็วไม่ช้าเมื่อเดินทางมาถึงตีนเขาพลันเห็นองครักษ์วังหลวงยืนเฝ้าอย่างหนาแน่นคล้ายกับกลัวเฉินเสียนจะหนีอย่างไรอย่างนั้น จึงทำให้เฉินเสียนอดหนักอึ้งในใจไม่ได้ตอนเธอมาวัดฮู่กั๋วจักรพรรดิก็ไม่ได้สั่งให้องครักษ์วังหลวงมาส่งเธอมากเท่านี้ทว่าวันนี้ เพียงแค่ลงเขากลับวัง องครักษ์วังหลวงก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณอวี้เยี่ยนก็ตกใจกับภาพตรงหน้าจนอึ้งไม่น้อย กล่าวว่า “เกิดอะไรขึ้นเพคะ……”เฉินเสียนก็ไม่รู้เช่นกัน ทว่าดูจากภาพตรงหน้าคงต้องเกิดเรื่องขึ้นเป็นแน่213
องครักษ์วังหลวงไม่รีรอ เมื่อเฉินเสียนขึ้นรถม้าเสร็จก็รีบเคลื่อนขบวนกลับพระราชวังทันทีรถม้ากระตุกจนเฉินเสียนกับอวี้เยี่ยนเวียนเกล้าปวดเศียร อวี้เยี่ยนอดตะโกนเสียงดังไม่ได้ “พวกท่านช้าหน่อย กระแทกแรงไปแล้ว!”ความเร็วของรถม้าไม่ได้ลดลง ซํ้ายั