เฉินเสียนจึงค่อย ๆ ขยับเท้าเดินเข้าไปในห้องเพื่อทำความคุ้นเคย ทั้งที่นางจำได้ชัดเจนว่า ก่อนหน้านั้นยังวิ่งลงจากเตียงไปพักผ้าพันพอให้ซูเจ๋อก็ยังไม่ร้ายแรงเช่นนี้ ทำไมตอนนี้ถึงได้เดินลำบากนัก…….อวี่เยี่ยนที่อยู่ข้างหลังก็ได้ร้องเตือนขึ้นทันที “องค์หญิง ท่าเดินของท่าน……..บ่าวพูดตามจริง มันแปลกไปหน่อยนะเพคะ”“แปลกตรงไหน?”อวี่เยี่ยนหน้าแดงและพูดว่า “บางที…… หุบขาเข้าอีกหน่อยคงจะดีกว่านะเพคะ”เฉินเสียนใส่ใจเพียงว่าเดินท่าไหนจะสบาย แต่ลืมไปว่าท่าทางจะดูสง่างามหรือไม่ นางหุบขาและฝึกฝนอยู่พักหนึ่ง รู้สึกดีขึ้น แล้วจึงออกไปพร้อมกับอวี่เยี่ยนเฉินเสียนเดินพยุงเอวไปตลอดทางไม่พยุงก็ไม่ได้ ราวกับว่าเอวกำลังจะหักอย่างไรอย่างนั้นครั้นพบกับภิกษุในวัด ก็ถามว่า “โยมไม่สบายตรงไหนหรือ?”เฉินเสียนพูดอย่างไม่ได้ใส่ใจ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แค่นอนนานเกินไป นอนจนเอวเคล็ดก็แค่นั้น”“ในวัดมีเหล้าต้มอยู่ โยมจะดื่มไหม?”เฉินเสียน “ไม่หรอกเจ้าค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรมาก ข้าแค่ไปเดินเล่นก็คงดีขึ้น”199
เฉินเสียนพาอวี่เยี่ยนไปที่ภูเขาด้านหลังแล้วเดินรอบๆ ทันทีที่ไปถึงด้านหลังภูเขา ในป่าก็เต็มไปด้วยหิมะ ดังนั้นเฉินเสียนจึงหยิบไม้เท้าและเดินไปที่ต้นไม้เขียวชอุ่ม มองหาบางอย่างขณะเดินออกจากหิมะทหารยามในวัดโดยธรรมชาติแล้วจะไม่ยอมให้นางเดินออกไปไกลคนเดียว จึงมีทหารยามสองคนตามหลังอยู่เสมออวี่เยี่ยนไม่พูดอะไรสักคำ คงจะรู้ว่าเฉินเสียนกำลัง