เฉินเสียนควานหาเสื้อผ้าของตัวเองไปทั่วเตียง ซูเจ๋อจึงถามอย่างหวังดีว่า“ต้องการให้ข้าช่วยไหม”เมื่อเงยหน้ามอง เฉินเสียนจึงพบว่าเขาแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ดูอิ่มเอิบและผ่องแผ้ว ไม่เหมือนหมาปั่าที่ขย้ำเธอบนเตียงอย่างเอาแต่ใจเมื่อครู่นี้เลยจนนิดเดียวเฉินเสียนหน้าแดงก่ำ ตอบไปว่า “ไม่ต้อง” เธอซ่อนตัวอยู่ในผ้าห่มและสวมชุดเงียบๆ แม้ว่าชุดนั้นจะยุ่งเหยิงมากก็ตามทีซูเจ๋อไม่ได้ช่วยแก้อะไรให้เธอ เขาเพียงแต่ยิ้มจางๆ และหยิบเสื้อคลุมหนาๆ มาคลุมตัวเธอไว้อย่างมิดชิด จากนั้นจึงย่อตัวลงที่ข้างเตียงเฉินเสียนถาม “ทำอะไรหรือ”“ขึ้นมา ข้าจะแบกท่านไป”เขาไม่มีทางปล่อยให้เธอเดินไปท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นข้างนอกนั่น เฉินเสียนไม่จำเป็นต้องสวมรองเท้าด้วยซ้ำเธอขึ้นไปบนหลังของซูเจ๋อ ซูเจ๋อแบกเธอไว้ ดับตะเกียงและออกไปจากห้องเดินไปเพียงลำพังท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำ เฉินเสียนเข้าใจว่าที่ซูเจ๋อแบกเธอไว้บนหลังเช่นนี้ก็เพื่อปิดกั้นลมหนาวที่แสนจะหนาวเหน็บให้เธอ เพื่อให้เธอไม่ต้องรับรู้ว่ามันหนาวขนาดไหนซูเจ๋อใช้พลังที่เท้าเคลื่อนไหวขึ้นลงอย่างรวดเร็วขณะที่ลงมาจากภูเขา เฉินเสียนคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ คอของเขา จากนั้นจึงพ่นลมหายใจอุ่นๆ เข้าไปในปกคอเสื้อตรงหน้า180
เป็นผลให้ซูเจ๋อลื่นไถลจนทั้งสองคนเกือบจะกลิ้งลงมาจากภูเขาพร้อมกันซูเจ๋อทรงตัวได้ทันท่วงที เมื่อความน่าหวาดเสียวจบลง เขาจึงบอกไปว่า “อย่าสร้างปัญหา”เฉินเสียนบอกว่า “ข้าก