เฉินเสียนได้ยินคำนั้นแล้วหมุนตัวกลับมา นวดคลึงกำปัน บิดคอ หมุนตัวเดินกลับไป แล้วกล่าวว่า“ดูเหมือนว่าเมื่อครู่ไม่สามารถทำให้เจ้าเข็ดหลาบเลยสินะ”ท่านอ๋องของเปั่ยเซี่ยมองซูเจ๋อและกล่าวกระตุ้นอย่างลึกซึ้งให้เกิดความสนใจว่า “ก็ไม่รู้ว่าวันนี้เชื้อเชิญองค์หญิงจิ้งเสียนมา แท้ที่จริงแล้วผิดหรือถูก”ตั้งแต่ซูเจ๋อเข้ามาที่บานประตูนี้ ท่านอ่องของเปั่ยเซี่ยก็พินิจพิเคราะห์เขาอย่างละเอียดออยู่บ้าง ครั้งก่อนที่งานเลี้ยงพระราชวังห่างกันไกล ตรงกลางยังมีองค์ชายหกสอดแทรกอยู่ ด้วยเหตุนี้ท่านอ๋องของเปั่ยเซี่ยเลยไม่ได้พิจารณามองอย่างละเอียดแต่ทว่าครั้งนี้มองอย่างละเอียดแล้วซูเจ๋อดื่มเคารพเขาหนึ่งจอก กิริยาท่าทางสุขุมนุ่มลึกมากท่านอ๋องของเปั่ยเซี่ยกล่าวว่า “ครั้งนี้มาต้าฉู่เป็นครั้งแรก เมื่อก่อนน่าจะไม่เคยพบเจอกับใต้เท้าซู แต่มองดูแล้วคุ้นหน้าคุ้นตาใต้เท้าซูเป็นอย่างมาก”ซูเจ๋อกล่าวว่า “ข้ากระหม่อมซูก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”ท่านอ๋องของเปั่ยเซี่ยยิ้มแล้วกล่าวว่า “ท่านแซ่ซู ข้าก็แซ่ซู ประมาณว่ามีแซ่เดียวกัน เพราะฉะนั้นเลยมีความรู้สึกคุ้นเคยสินะ ”ดื่มชาหนึ่งกลืน แล้วกล่าวต่ออีกว่า “ไม่ทราบว่าใต้เท้าซูเรือนอยู่แห่งใด ท่านพ่อท่านแม่น่าจะมีชีวิตที่แข็งแรงอยู่ แล้วภูมิลำเนาอยู่ที่แห่งใดกัน?”110
ซูเจ๋อกล่าวอย่างราบเรียบว่า “ข้ากระหม่อมซูตัวคนเดียว ไม่มีท่านพ่อท่านแม่ไม่มีภูมิลำเนา ได้รับความกรุณาข