เฉินเสียนหลุบตาขึ้น จ้องเขม็งใส่องค์ชายหกตาไม่กระพริบ ในแววตามีอานุภาพที่น่าเกรงขามมาก กล่าวขึ้นว่า “ดูเหมือนว่าเจ้านี่กวนตีนจริงๆนะ”องค์ชายหกตกใจกล่าวขึ้นว่า “แววตาของท่านน่ากลัวมาก ข้าทำอะไรผิดแล้วหรือนี่? ”ในแววตาที่ดูไร้ความผิดปรากฎให้เห็นการหัวเราะเยาะแวบหนึ่งซูเจ๋อเข้ามามองเห็นว่าเฉินเสียนก็อยู่ด้วย สายตามองจอกเหล้าที่อยู่ข้างมือเธอหยุดชั่วประเดี๋ยวเดียวแล้วกล่าวขึ้นว่า “ที่แท้องค์หญิงก็อยู่ด้วย”องค์ชายหกยิ้มตาหยี กล่าวว่า “ใต้เท้าซู เชิญนั่ง”โต๊ะนี้นั่งสี่คน สองคนนั่งด้านเดียวกัน องค์ชายหกกับท่านอ๋องของเปั่ยเซี่ยนั่งฝังตรงข้าม ตอนนี้มีเพียงแค่ที่นั่งข้างเฉินเสียนที่ยังว่างอยู่ซูเจ๋อจำใจต้องสะบัดชุดแล้วนั่งลงข้างเฉินเสียนในพระตำหนักรับรองนี้ องค์ชายหกและท่านอ๋องของเปั่ยเซี่ยต่างคนต่างพาคนของตัวเองมาไม่น้อย ใช้ชีวิตในพระตำหนักรับรองก็ไม่ต้องใช้นางกำนัลของต้าฉู่มาปรนนิบัติรับใช้เลยเข้ามาที่พระตำหนักรับรอง โดยภาพรวมไม่เห็นคนของต้าฉู่องค์ชายหกเทเหล้าลงในจอกที่อยู่ตรงหน้าซูเจ๋อโดยทันที แล้วได้กล่าวขึ้นว่า“ใต้เท้าซูมาสาย จำเป็นต้องลงโทษตัวเองสามจอก”ซูเจ๋อมองเหล้าที่อยู่ในจอกอย่างราบเรียบ แล้วกล่าวขึ้นว่า “ทำให้องค์ชายหกลำบากเดินทางมาตั้งไกล เหล้านี้ กระหม่อมซูสมควรที่จะดื่มพ่ะย่ะค่ะ”103
แต่เขากำลังเอื้อมมือไปยก นิ้วมือยังไม่ทันได้สัมผัส ทันใดนั้นก็ถูกมือข้างหนึ่งของเฉินเสียนกดอยู่