เฉินเสียนมองไปยังผ้าม่านที่อบอุ่น ยังรู้สึกไม่ง่วงนอนฉากในค่ำคืนนี้เกิดขึ้นในหัวของเธออีกครั้ง เธอยืนมือไปสัมผัสที่กระดูกไหปลาร้าของตัวเอง ตรงบริเวณรอยจูบนั้นยังคงรู้สึกร้อนจางๆอยู่เจ้าน่องน้อยนอนหลับอย่างสบายใจอยู่ด้านข้างเฉินเสียนค่อยลุกเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ แล้วเดินไปโต๊ะเครื่องแปั้ง เผยให้เห็นผิวในกระจกทองแดง เธอสามารถมองเห็นรอยจูบนั้นได้อย่างชัดเจน สีแดงสวยงามราวกับดอกเหมยเฉินเสียนคิดว่าที่อวี้เยี่ยนไม่ค่อยสบอารมณ์นั้น คงต้องรอสักสองวันก็จะดีขึ้นเอง เมื่อก่อนตอนที่อยู่ในสวนสระวสันตฤดูก็เช่นกัน ไม่คิดว่าครั้งนี้อวี้เยี่ยนจะกลับไปเป็นเหมือนครั้งนั้นอวี้เยี่ยนยืนอยู่ด้านนอก ยังไม่ทันได้เข้ามาแล้วถามอยู่ด้านหน้าประตูด้านนอกว่า “องค์หญิงหลับหรือยังเพคะ?”เมื่อครู่นี้เฉินเสียนไม่ได้สนใจในสีหน้าอารมณ์ที่ซับซ้อนของอวี้เยี่ยน นั้นไม่ใช่สีหน้าของเธอที่ควรจะมีในเด็กสาวใช้คนนี้ ถ้าเกิดคืนนี้นางอัดอั้นไม่ได้พูดออกมาเกรงว่าทั้งคืนคงจะนอนไม่หลับกันแน่เฉินเสียนยืนมือไปหยิบเสื้อที่พาดไว้ที่ฉากบานพับแล้วพูดว่า “เข้ามาเถิด”อวี้เยี่ยนเข้ามา มองเฉินเสียนอย่างกลัดกลุ้มแล้วพูดขึ้นว่า “บ่าวมีเรื่องจะคุยด้วยเพคะ แต่เกรงว่าเสียงดังจะไปรบกวนเจ้าน่องน้อย ขอเชิญองค์หญิงเสด็จไปด้านนอกเพคะ”85
เฉินเสียนหันไปมองเจ้าน่องน้อยที่หลับอยู่ เธอจึงม้วนเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปด้านนอกคิดไม่ถึงว่าอยู่ๆอวี้เยี่ยนจะมาคุกเข่าลง