ตรงหน้าเธอเฉินเสียนขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “อวี้เยี่ยน นี่เจ้ากำลังทำอะไร”“บ่าวมีเรื่องที่จะพูดเพคะ ขอเพียงองค์หญิงได้โปรดฟังบ่าวพูด เมื่อบ่าวพูดจบแล้วถ้าเกิดองค์หญิงยืนหยัดที่จะเชื่อเขาไม่เปลี่ยนแปลง เช่นนั้นบ่าวก็คงไม่มีคำพูดอะไรต่อไป จะไม่ขัดขวางการอยู่ด้วยกันของเขาและองค์หญิงเหมือนอย่างเมื่อก่อนและคืนนี้อีกต่อไป”เฉินเสียนมองไปที่นาง จากนั้นก็นั่งลงไปบนเก้าอี้ แล้วพูดขึ้นเสียงเบาว่า“ เจ้ามีปมปัญหาในใจ เมื่อก่อนตอนที่ข้าถามเจ้าเจ้าก็ไม่ยอมเอ่ยปากพูด แต่วันนี้เจ้ากลับมาพูดด้วยตัวเองเลย เอาล่ะ คืนนี้พูดออกมาให้ชัดเจนแล้วกัน ข้าจะรับฟังเอง”“เมื่อก่อนที่บ่าวไม่ยอมพูด เพราะว่าในใจของบ่าวเกิดความสับสน เอ้อร์เหนียงปฏิบัติรับใช้องค์หญิงกับเจ้าน่องน้อยเป็นอย่างดี บ่าวเห็นด้วยตาของบ่าวเอง บ่าวทนไม่ได้ที่จะเห็นองค์หญิงกับแม่นมซุยแตกแยกกัน ไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตามมันไม่ใช่ความผิดของเอ้อร์เหนียง บ่าวไม่ใช่คนที่ไม่มีเหตุผลนะเพคะ ”อวี้เยี่ยนพูดทั้งน้ำตาเฉินเสียนพูด“เจ้าลุกขึ้นมาพูดดีๆ ไม่ต้องร้องไห้แล้ว”อวี้เยี่ยนเช็ดน้ำตาแล้วพูดว่า “ไม่เพคะ เรื่องนี้ไม่มีทางที่จะพูดดีๆได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทิ่งแทงใจบ่าวมาโดยตลอดเพคะ”เฉินเสียนค่อยๆขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าทำไม รู้สึกได้ว่าคำพูดของอวี้เยี่ยนต่อไปนี้มันไม่ใช่เรื่องที่เธออยากจะได้ยิน80
อวี้เยี่ยนพูด “เมื่อก่อนเขาเป็นอาจารย์ขององค์หญิงตั้งแต่ยังเล็กจนโต องค์หญ