ดังนั้นขณะที่คณะของสมเด็จพระราชชนนียังเสด็จมาไม่ถึงพระตำหนักไท่เหอขันทีผู้เฝั้าต้นทางก็รีบกลับมาหาเฉินเสียนและกล่าวอย่างตื่นตระหนกว่า “องค์หญิงจิ้งเสียน ตอนนี้จะทำเช่นไรดีพ่ะย่ะค่ะ สมเด็จพระราชชนนีกับพระสนมฉี ทั้งสองพระองค์กำลังเสด็จมาที่นี่! องค์หญิงยอมรับผิดกับสมเด็จพระราชชนนีดีไหมพ่ะย่ะค่ะ บางทีพระองค์อาจจะลดโทษให้บ้าง…”แม่นมซุยกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เป็นหน้าที่ที่เจ้าจะมาสอนองค์หญิงหรือว่าควรทำเช่นไร มีอะไรต้องทำก็ไปทำซะ”ขันทีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องถอยแม่นมซุยค่อนข้างใจเย็น ในขณะที่อวี้เยี่ยนและเสี่ยวเฮอซึ่งอยู่ข้างๆ วิตกกังวลเป็นอย่างมากส่วนเฉินเสียนกับเจ้าน่องน้อยไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อยเฉินเสียนเอ่ยเรียบๆ ว่า “ไปเอาขวานที่ใช้ผ่าฟืนในครัวมาให้ข้า”เสี่ยวเฮอได้ยินแล้วแทบจะคุกเข่าทันที นางกล่าวว่า “องค์… องค์หญิงพระองค์จะนำไปฟันสมเด็จพระราชชนนีหรือเพคะ ไม่ได้นะเพคะ องค์หญิงต้องทรงใจเย็นๆ!”เฉินเสียนเหลือบมองนางและกล่าวอย่างขบขัน “ถ้าข้าฟันสมเด็จพระราชชนนีจริงๆ ไม่ว่าใครก็คงจะไม่มีชีวิตอยู่ต่อ ข้าจะคิดไปถึงขึ้นนั้นเลยหรือไร”28
อวี้เยี่ยนรีบไปหยิบขวานผ่าฟืนมาให้อย่างกระตือรือร้นและกล่าวว่า “ถ้าไม่ฟันสมเด็จพระราชชนนี เช่นนั้นฟันพระสนมฉีก็ยังดีเพคะ ผู้หญิงชั่วร้ายเช่นนั้นต้องเอาขวานผ่าครึ่ง!”เฉินเสียนควงขวานแล้วเดินออกไปเธอยืนอยู่บนสะพานไม้และหรี่ตามองกลุ่มคนซึ่งมีท่าทีโหดร้ายที่เด