ินมาจากฝังตรงข้าม สตรีสองคนผู้เป็นนายเดินประคองกันมา คนที่แก่กว่าคือสมเด็จพระราชชนนี ส่วนคนที่อ่อนเยาว์กว่าก็น่าจะเป็นพระสนมฉีเฉินเสียนกระตุกยิ้ม เมื่อคนกลุ่มนั้นกำลังจะเดินมาถึงฝังตรงข้าม เฉินเสียนก็เริ่มออกแรงยกขวานและจามเข้าที่สะพานพฤติกรรมเช่นนี้เป็นสิ่งที่สมเด็จพระราชชนนีและพระสนมฉีไม่คาดคิดว่าจะเห็นในสายตาของทุกคน พฤติกรรมของเฉินเสียนเป็นสิ่งที่บ้าเกินไป บ้าจนดูเหมือนคนบ้าคนหนึ่งขวานนั้นอันตราย ยิ่งเมื่อจามลงบนสะพานไม้เล็กๆ บางๆ ก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นจระเข้ที่อยู่ในน้ำได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวและว่ายน้ำมาเป็นฝูง จากนั้นจึงเฝั้ามองอย่างกระตือรือร้นทุกคนตกใจจนต้องถอยหนีและไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้สะพานมิเช่นนั้นหากเฉินเสียนฟันสะพานจนขาดและตกลงไปในทะเลสาบโดยไม่ทันระวัง ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวก็คือจะต้องกลายเป็นอาหารของจระเข้สมเด็จพระราชชนนีชี้นิ้วไปที่เฉินเสียนและคำรามอย่างกริ้วโกรธว่า “เฉินเสียน! เจ้ากำลังทำอะไร!”29
เฉินเสียนไม่ตอบและยังคงออกแรงต่อไป ทันใดนั้นเสียงแตกหักของสะพานไม้ก็ดังขึ้นเบาๆ ยิ่งฟันลงไปเธอก็รู้สึกกล้ามากขึ้นเรื่อยๆในที่สุดก็เกิดเสียง “ตู้ม” เฉินเสียนใช้ขวานแยกสะพานออกเป็นสองฝัง ท่อนไม้บางส่วนที่วางเรียงๆ กันไว้เป็นสะพานคลายออกและตกลงไปในน้ำ และไม้ที่แตกลงไปนั้นก็ทำให้เกิดช่องว่างขึ้นมาสะพานไม้ทั้งแผงกำลังจะพังทลายลงมาเฉินเสียนยืนอยู่ตรงนั้น เธอกระทุ้งขวานในมือลงก