ับพื้น ส่วนมืออีกข้างก็เท้าสะเอวไว้และถอนหายใจออกมา หลังจากนั้นเธอจึงเงยหน้ามองสมเด็จพระราชชนนีและพระสนมฉีที่อยู่ฝังตรงข้าม สีหน้าของสตรีทั้งสองแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาเฉินเสียนจึงถือโอกาสเอ่ยออกไปอย่างดุดันและฉุนเฉียวว่า “มีข้าอยู่ ใครก็ห้ามรังแกลูกชายของข้าทั้งนั้น! ไม่เช่นนั้นข้าจะสู้กับนางจนถึงที่สุด!”เธอต้องการจะบอกให้ทุกคนรู้ว่าสิ่งที่เธอทำไปทั้งหมดนั้นก็เพียงเพื่อปกปั้องลูกชาย เห็นได้ชัดว่าเธอดูหวาดกลัวและไม่ได้ตั้งใจจะขัดพระประสงค์ แต่ด้วยความสิ้นหวัง เพื่อปกปั้องลูกชาย เธอจึงต้องทำเรื่องบ้าๆ เช่นนี้ถึงแม้วิธีนี้จะดูน่ากลัว แต่ก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่เข้าใจได้เฉินเสียนเองก็ชี้ไปที่พระสนมฉีและกล่าวว่า “เป็นพระองค์ที่พาองค์ชายห้ามาที่พระตำหนักไท่เหอและต้องการให้องค์ชายห้าผลักลูกชายของข้าลงไปในทะเลสาบ! เป็นอสรพิษใจดำอำมหิต ต้องการให้องค์ชายห้าจัดการกับลูกของข้าตามลำพัง ไม่ยอมให้ขันทีและนางกำนัลเข้าใกล้! ลูกชายของพระนางหกล้มเองแต่ลูกชายของข้ากลับถูกตำหนิ! ข้าจะบอกให้ วันนี้ข้าอยู่ที่นี่ พระองค์อย่าได้คิดเพ้อเจ้อ!”30
สีหน้าของพระสนมฉีเปลี่ยนไป นางตะโกนไปว่า “นังสารเลว! หยุดเอาเลือดในปากมาสาดคนอื่นได้แล้ว!”เฉินเสียนกล่าวว่า “ข้าไม่ได้เอาเลือดในปากไปสาดใคร ขันทีและนางกำนัลทุกคนที่นี่เห็นกับตา ยังจะมาอ้างว่าพระองค์ถูกใส่ร้ายอีกหรือ!”พระสนมฉีประคองสมเด็จพระราชชนนีและร้องห่มร้องไห้