มีใครมาเห็นว่าเธอกับเขาใช่ร่มคันเดียวกัน ดังนั้นเธอจึงต้องล้มเลิกความคิดที่จะทิ้งร่มไว้ให้เขาเมื่อซูเจ๋อกลับไปถึงเรือน เสื้อผ้าและผมเผ้าของเขาคงจะเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลนเฉินเสียนคิดว่าพ่อบ้านในเรือนของเขาคงจะเตือนให้เขาเปลี่ยนไปสวมเสื้อผ้าที่แห้งเขาไม่ชอบผิงไฟให้อุ่น และภายในห้องก็ไม่มีเตาผิง ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปอย่างเงียบเหงา หิมะตกหนักเช่นนี้ เขาจะหนาวหรือไม่นะ?ตอนที่อยู่ที่โรงเรียนไท่ เฉินเสียนมีเรื่องเกี่ยวกับเจ้าน่องน้อยที่อยากจะถามเขาแต่เมื่อคิดดูอีกที ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ควรถามเขาเกี่ยวกับความเป็นมาของเจ้าน่องน้อยในพระราชวังที่อันตรายแห่งนี้เพราะหากมีใครมาได้ยินคำพูดเหล่านั้นเข้า พวกเขาทั้งสามคนจะตกอยู่ในหายนะที่ร้ายแรงมากดังนั้นเฉินเสียนจึงได้แต่อดทน เธอจำเป็นต้องรอจนถึงเวลาที่เหมาะสมจึงจะถามได้ก่อนที่เธอจะได้ยินคำตอบจากปากของซูเจ๋อ เธอจะบุ่มบ่ามฟันธงไม่ได้ ถึงแม้การคาดเดาภายในใจจะเป็นเหมือนกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก แต่เธอก็ต้องระงับมันไว้ให้ได้ เธอเองก็อยากรู้ว่าซูเจ๋อจะว่าอย่างไรหลังจากนั้นเจ้าน่องน้อยก็ไม่ได้ไปที่โรงเรียนไท่อีกเลย เขาอยู่เฉยๆ ที่พระตำหนักไท่เหออย่างเชื่อฟัง โดยที่ทุกวันเฉินเสียนจะสอนให้เขาท่องจำคำศัพท์วันละสองสามตัว3
เมื่อไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ เฉินเสียนจะวางกระดาษแผ่เอาไว้และสอนเจ้าน่องน้อยให้เขียนชื่อของตัวเองทีละขีดๆเจ้าน่องน้อยรู้ว่าตนเองชื่อซูเซี่ยนเพียงแต่หลัง