้ที่หมอบอยู่ตรงมุมก็คลานออกมาอย่างเงียบ ๆ สะบัดหางของมันไปทั่วบริเวณเจ้าน่องน้อยหันไปมองมัน และกวักมือใส่มัน “มานี่”จระเข้ราวกับฟังรู้เรื่อง มันค่อย ๆ คืบคลานเข้าไปหาเจ้าน่องน้อยยื่นมือออกไปลูบคลำไปที่แผ่นหลังของมันเบา ๆเฉินเสียนเหลือบมอง ถึงแม้จระเข้จะมีหน้าตาที่ดุร้าย แต่เมื่อมันอยู่ข้างเจ้าน่องน้อยกลับรู้สึกว่ามันช่างเชื่องเสียเหลือเกิน จระเข้ตัวนี้เมื่ออยู่กับเด็ก แม้มันจะดูดุร้าย แต่ก็ดูไร้เดียงสา ดูแล้วมันช่างกลมกลืนและน่ามองมากเฉินเสียนถาม “องค์ชายห้าเห็นมันไหม?”“เห็นแล้ว”เฉินเสียนหัวเราะ และกล่าว “ถึงว่าทำไมถึงตกใจกลัวขนาดนั้น แล้วถ้าเขาเอาไปพูดข้างนอกจะทำอย่างไร?”เจ้าน่องน้อยพูดด้วยเสียงเงียบ “เขาไม่กล้า”เฉินเสียนเลิกคิ้วมอง “ทำไมถึงไม่กล้า?”353
เจ้าน่องน้อยกอดจระเข้และกล่าวว่า “ลูกโกหกเขา จะให้จระเข้เข้าไปในผ้าห่มของเขา”เฉินเสียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเมื่อนางได้ยินสิ่งที่เจ้าน่องน้อยพูด และความเศร้าโศกก่อนหน้านี้ก็หายไป นางมองไปที่เจ้าน่องน้อยที่กำลังกอดจระเข้ ในตัวของเด็กคนนี้มีจิตวิญญาณที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติบางอย่าง เขาเกิดมาเหมือนกับสิ่งมีชีวิตอื่นทั่วไปเพียงแต่ว่าเมื่อเขาเริ่มเติบโตขึ้น จิตวิญญาณนั้นจะถูกครอบคลุมโดยสภาพแวดล้อมของโลก เพราะโลกนี้ช่างซับซ้อนมากเฉินเสียนหวังว่าเขาจะรักษาจิตวิญญาณและความสงบภายในนี้ต่อไปในอนาคต เขาสามารถไร้เดียงสาและเมตตาใจดี แต่เขาจะต้องไปเห