ถานที่เดียวกัน องค์หญิงไม่พบเจอใต้เท้าก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว แต่วันนี้อยู่ในพระราชวัง หากองค์หญิงหลบเลี่ยงอีกก็ดูเหมือนสุดความสามารถแล้วแหละเพคะ”แม่นมซุยยังกล่าวว่า “ในเมื่อองค์จักรพรรดิกักบริเวณองค์หญิงอยู่ที่นี่ ก็ไม่ได้กักเต็มที่อย่างถึงที่สุด สู้ไม่ได้กับการถือโอกาสทำอย่างสง่าผ่าเผยไปเลยนะเพคะควรจะทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้นเพคะ”เฉินเสียนวางตำราลง นวดคลึงหัวคิ้ว แล้วกล่าวว่า “ที่จริงก็ดึกแล้ว เอ้อร์เหนียงไปนอนเถิด”วันต่อมา เจ้าน่องน้อยหยอกล้อจระเข้อยู่ริมทะเลสาบ นี่เหมือนกับกลายเป็นเรื่องหนึ่งที่เขาต้องมาทำเป็นขั้นตอนทุกวันเลยเพราะว่าพระตำหนักไท่เหอเล็กเกินไปแล้วก็น่าเบื่อเกินไปจริงๆเฉินเสียนก็คล้อยตามเขาเธอก้มศีรษะลูบไล้ขลุ่ยไม้ไผ่ที่อยู่ระหว่างเอว หยิบมันออกมนำมาเล่นในมือขลุ่ยไม้ไผ่นี้วันเดียวเธอก็ไม่เคยทำตกหล่นทิ้งไว้เลย ทุกวันล้วนนำมาห้อยไว้ที่เอวเฉินเสียนจำได้ตอนที่ราชนิเวศน์เย่เหลียงเคยได้ฟังซูเจ๋อพูดว่า ความหมายแรกเริ่มที่มอบขลุ่ยไม้ไผ่นี้ให้กับเธอคือหวังว่าจะสามารถได้ยินเธอเปั่ามัน313
เธอแปะห้อยไว้ที่ตัวมาโดยตลอด แต่ทว่าไม่เคยหยิบมันออกมาเปั่าเลยหากตอนนี้เธอเปั่าขึ้น ไม่รู้ว่าซูเจ๋อจะได้ยินหรือไม่เฉินเสียนหยิบขลุ่ยไม้ไผ่วางไว้ที่ริมฝีปาก เปั่ามันขึ้นมาอย่างเอ้อระเหยเสียงของขลุ่ยละมุนอ่อนหวานชวนให้คล้อยตาม เต็มไปด้วยความคิดถึงรู้ว่าเสียงขลุ่ยนี้ดังมากจากพระตำหนักไท่เหอ คิดว