องเขาเงียบๆ แล้วเดินอย่างต่อเนื่องเฉินเสียนกล่าวถามว่า “เจ้าจะไปที่ใดกัน?”เจ้าน่องน้อยเอียงเท้า สะดุดล้มบนพื้น เขานั่งลงบนพื้นหันกลับมาแววตาคู่นั้นมองที่เฉินเสียนเฉินเสียนก็เลยเดินไปดึงมือน้อยๆของเขา สองแม่ลูกเดินผ่านทางเล็กๆใต้ปั่าต้นสน เดินไปด้านหน้าอีกก็เป็นปั่าต้นอู๋ถงเทศกาลนี้ ปั่าต้นอู๋ถงนี้ไม่เหลือใบแล้ว กิ่งไม้โบร่วงโรยแยกเขี้ยวยิงฟันอยู่ ถูกหิมะหล่นใส่จนเป็นเงารูปร่างช่วงเช้าที่จิตใจไม่ว้าวุ่น เสียงท่องตำราเลือนรางจากสถานที่ไม่ไกลดังมาพักหนึ่งเฉินเสียนใจเต้นรัว มองเจ้าน่องน้อยแล้วกล่าวถามว่า “เจ้าหาที่นี่เจอได้อย่างไร?”เจ้าน่องน้อยไม่พูดไม่จา ราวกับเคลิบเคลิ้มหลงใหลในเสียงท่องตำรานั้น เสียงท่องตำรานุ่มนวลและอีกทั้งยังเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาเจ้าน่องน้อยยังอยากยื่นเท้าก้าวเดินไปข้างหน้า เลยถูกเฉินเสียนดึงรั้งร่างกายน้อยๆไว้แล้วอุ้มเขาขึ้น300
บนใบหน้าของเฉินเสียนราวกับจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม สายตามองยืดยาวจนถึงเส้นทางต้นอู๋ถง แล้วหมุนตัวกลับไปเส้นทางที่เดดินมา กล่าวขึ้นว่า “เจ้าน่องน้อยชอบฟังเสียงท่องตำรานั่นหรือ?แต่ว่านานกว่าเจ้าจะได้เข้าสำนัก วันนี้เดินมาไกลพอแล้วพวกเรากลับกันนะ”เดินไปทางด้านหน้าอีก ที่นั่นก็คือโรงเรียนไท่ คือสถานที่ที่แต่ก่อนซูเจ๋อสอนตำราในพระราชวังเฉินเสียนไม่รู้ว่าซูเจ๋ออยู่ในโรงเรียนไท่นั้นหรือไม่ ใจเธอคิดว่าบาดแผลเขายังไม่หายดี น่าจะไม่อยู่ แต่ไม่ว่าเขาจะอยู