ก็จะพบกับเฉินเสียนที่ออกมาพอดีเฉินเสียนพูดเบาๆว่า “เช่นนั้น ข้าไปก่อนแล้วกัน”เฉินเสียนเดินผ่านทางเล็กสีขาวอันเงียบสงบ สองข้างทางนั้นมีดอกเหมยบานต้อนรับความเย็น มีกลิ่นอายความสดใสในเหมันตฤดูเมื่อบานประตูค่อยๆเปิดออก เฉินเสียนก็ก้าวเท้าออกไปเวลานี้ท้องฟั้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาว ตรอกด้านนอกที่ผ่านหิมะตกหนักมาทั้งคืนถูกปกคลุมอย่างหนาทึบจากหิมะ ที่ซึ่งแทบไม่มีร่องรอยอยู่บนพื้น ตอนนี้ก็ไม่มีใครก้าวเท้าเข้าไปแน่นอน ว่ายกเว้นบางคนที่มายืนเฝั้าดูคนอื่นตั้งแต่เช้าตรู่เวลานี้ฉินหรูเหลียงก็ยืนพิงกำแพงอยู่ ไม่รู้ว่าเขามารอรอยู่นานแค่ไหนแล้วความรู้สึกเหน็บหนาวไปทั่วทั้งตัวผสมผสานกับท้องฟั้าที่เต็มไปด้วยหิมะไว้ด้วยกันพ่อบ้านเชิญเขาเข้ามาแต่เขาก็ไม่เข้า และก็ไม่ยอมไปไหน ยืนหยัดที่จะรอให้เฉินเสียนออกมาเมื่อเห็นเฉินเสียนออกมา ตาของฉินหรูเหลียงก็ขยับ ร่างกายก็เคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวา แล้วเอ่ยว่า“นับว่าท่านยังเข้าใจในสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ได้อาลัยอาวรณ์ผู้ชาย แล้วจะนอนตื่นสายจึงค่อยออกมา”272
ฉินหรูเหลียงเอามือถูที่จมูกแล้วพูดว่า“ฉินหรูเหลียง เจ้าระวังคำพูดหน่อยอะไรที่เรียกว่าอาลัยอาวรณ์ผู้ชาย”เธอยังมีความรอบคอบอยู่ ถึงแม้จะไม่เต็มใจ ก็จะไม่ออกจากบ้านของซูเจ๋อในเวลากลางวันเป็นแน่ฉินหรูเหลียงยิ้มเย็น“แถมยังกล้ากระโดดลงจากรถม้าที่ขับอย่างรวดเร็ว คงไม่ใช่ว่าเพื่อผู้ชายแล้วแม้แต่ชีวิตตัวเองก็ไม่ห่วงหรอกน