ึงผ่อนคลายลง แต่หัวใจยังเต้นแรงและหายใจหอบถี่อยู่ รู้สึกกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นซูเจ๋อกุมมือเธอเอาไว้อย่างเงียบๆ แล้วพูดว่า“เหงื่อออกมือหมดแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอก เขาออกไปแล้ว”เฉินเสียนหันไปมองหน้าเขา พูดพึมพำว่า“เป็นข้าที่ควรจะพูดปลอบใจเจ้าสิทำไมถึงเป็นเจ้าที่มาปลอบใจข้าหล่ะ”ซูเจ๋อหัวเราะเสียงต่ำแล้วเอ่ยว่า“มองแล้ว ท่านดูกังวลกว่าข้าเสียอีก”“เจ้าตื่นมาตั้งแต่เมื่อไร?”“เมื่อครู่นี้”ถ้าเกิดองครักษ์วังหลวงมาค้นหาในบ้านแล้วถ้าเขายังไม่ตื่น นั่นก็แสดงว่าเขาประมาทมากไปแล้ว เขาจะปล่อยให้เฉินเสียนคนเดียวมาสกัดกั้นความเสี่ยงเหล่านี้ของเขาได้อย่างไรโชคดีที่พวกเขาทั้งสองแสดงเข้ากันได้อย่างดีทีเดียว ในที่สุดก็การหลบซ่อนจากการค้นหาก็ได้ผ่านไปเฉินเสียนดึงสติกลับมา ก็พบว่าตัวเองอยู่บนเตียงของซูเจ๋อ เป็นเช่นนี้คงไม่เหมาะสม เธอลุกลี้ลุกลนมากกว่าเมื่อครู่เสียอีก รีบร้อนจนคลำสุ่มสี่สุ่มห้าไปเสื้อผ้าตัวเอง แล้วพูดขึ้นว่า“ เจ้านอนหลับต่อเถิด ข้ารอให้เจ้าหลับก่อนแล้วข้าค่อยไป”259
ซูเจ๋อคว้ามือเธอมาจับไว้แน่น แล้วพูดเสียงต่ำว่า“อย่าไป”เฉินเสียนถือเสื้อคลุมตัวเองไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง การเคลื่อนไหวหยุดนิ่งไปสักครู่ซูเจ๋อออกแรงใช้มือดึงเธอมาที่เตียงเฉินเสียนปล่อยมือโดยไม่ได้ทันตั้งตัว ทำให้ชุดกระโปรงของเธอกระจายลงอยู่หน้าเตียงเธอล้มลงไปบนหมอนของซูเจ๋อ หัวใจแทบแตกสลายราวกับถูกระเบิดออกมาทั้งตัวนั้นอ่อนระทวยเฉินเส