ก้มหน้าลงไม่พูดอะไรสักคำ พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่ออยู่เต็มเบ้าตานั้นให้ไหลกลับไปเธอจะไม่ยอมให้น้ำตามาบดบังการมองเห็นอย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อการรักษาบาดแผลของซูเจ๋อได้“อาเสียน คุยกับข้าหน่อยสิ ไม่อย่างนั้นข้าอาจจะหลับได้” ซูเจ๋อที่จู่ๆ ก็พูดขึ้นน้ำเสียงของเขาฟังดูครุมเครือไม่ชัดเจน ราวกับว่าเป็นความฝันที่มิอาจเป็นจริงได้ยังไงอย่างงั้นเป็นเพราะอาการบาดเจ็บเขาสาหัสเกินไป ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายของเขาลดลงไปอย่างรวดเร็ว เวลานี้ร่างกายของเขาอ่อนแอดุจกระต่ายตัวน้อย เขาเองต้องการหลับตาลงเพื่อนอนหลับ ร่างกายของเขาก็ต้องการจะพักผ่อนแต่กว่าจะได้เจอหน้ากันทั้งที ซูเจ๋อมองดูสีหน้าท่าทางของเฉินเสียนที่กำลังจัดการกับบาดแผลของเขานั้น ก็รู้สึกทำใจหลับตาลงไม่ได้245
เฉินเสียนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยว่า : “ท่านกลับมาแล้วทำไมถึงยังนั่งอยู่ที่พื้น?”ซูเจ๋อจึงตอบกลับไปว่า : “พอเดินเข้าประตูมาก็หมดแรง ไม่มีแรงจะไปที่เตียง” เขาที่ไม่ได้สติอยู่ครู่หนึ่ง จึงค่อยฝืนตอบกลับไปเฉินเสียนหยุดชะงักไป เธอทำความสะอาดแผลเสร็จแล้วก็เริ่มทายา จากนั้นจึงนำผ้ามาพันรอบแผลไว้ ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอจึงค่อยพูดขึ้นว่า : “ซูเจ๋อ ท่านมันคนเลว”ซูเจ๋อหัวเราะเบาๆ แล้วจึงพูดขึ้นพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เบาว่า : “ข้าเลวตรงไหนกันล่ะ?”เธอจ้องเขาเขม็งด้วยดวงตาที่แดงก่ำ : “ท่านเลวไปหมดนั่นแหละ ห้ามหลับเด็ดขาดนะ ท่านลองก