ขณะที่เฉินเสียนและฉินหรูเหลียงออกจากพระตำหนักไท่เหอนั้น ก็ได้ยินทหารเวรยามได้ทูลรายงานว่าเจอร่องรอยของนักฆ่าที่ประตูทิศตะวันออกของพระราชวังเฉินเสียนกำเศษผ้าในมือแน่น จู่ๆ ในใจก็เป็นกังวลขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุผู้คนที่ถูกองค์จักรพรรดิเรียกเข้าเฝั้า ต่างก็ใช้ประตูทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ทั้งนั้นส่วนประตูทางทิศตะวันออกนั้นเป็นทางที่เหล่าขุนนางจากทำเนียบขาวใช้เข้าออกเพื่อเข้าเฝั้าการทรงว่าราชกิจเมื่อใกล้จะถึงประตูวังแล้ว เฉินเสียนก็เหลือบเห็นคบเพลิงที่ส่องสว่างกำลังเคลื่อนไหวไปยังทางเดินของพระราชวัง เหล่าทหารรักษาพระองค์จำนวนมากต่างพากันมุ่งเข้าไปทางนั้นเพื่อเป็นกองกำลังสนับสนุน ไม่รู้ว่าเป็นเพียงภาพลวงตาในมโนคิดของเธอหรือเป็นความจริงที่เกิดขึ้นกันแน่ และเธอก็ยังได้ยินเสียงดาบที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้อีกด้วยแต่ขาของเฉินเสียนที่ไม่ยอมเชื่อฟัง ราวกับว่ามันมีความคิดเป็นของตัวเอง ขาข้างที่ยังอยู่ข้างหลังก็เตรียมจะพุ่งไปยังทิศทางที่เหล่าทหารรักษาพระองค์กำลังมุ่งหน้าไปแต่แล้วจู่ๆ ข้อมือของเธอก็ถูกรั้งไว้ ฉินหรูเหลียงเป็นคนดึงเธอไว้ เขาถามขึ้นว่า : “ท่านจะไปทำอะไร?”228
จากนั้นเฉินเสียนก็ได้ยินตัวเองตอบกลับไปว่า : “ข้าจะไปดูเสียหน่อย พวกเขาจับนักฆ่าคนนั้นได้หรือเปล่า”“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับท่าน” ฉินหรูเหลียงเม้มปากเบาๆ แล้วพูดต่อว่า :“ตอนนี้ทั้งพระราชวังต่างก็กำลังเฝั้าระวัง ท่านอยากจะให้ฝั่าบ