เร็ว ๆ นี้เฮ่อเซียงรู้สึกเป็นกังวลกับเรื่องกับเฮ่อโยว ทำให้เขาเป็นลมหมดสติลงตรงกลางบ้าน ช่วงนี้เลยพักฟืนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ไม่ได้เข้าราชสำนักเฮ่อเซียงรู้ว่าที่เรื่องทั้งหมดเป็นแบบนี้ล้วนเป็นเพราะเฮ่อโยว ในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่แต่ลูกชายสองคนกลับทะเลาะขัดแย้งกัน ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจประกอบกับอาการปั่วยที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ก็ไม่สามารถหายกลับเป็นปกติได้องค์จักรพรรดิครุ่นคิดอยู่นาน และเสด็จไปที่จวนเฮ่อ เพื่อเยี่ยมเยียนเฮ่อเซียงเมื่อเห็นว่าเฮ่อเซียงปั่วยจริง ผมของเขาเป็นสีเทา ปั่วยจนไม่มีเรี่ยวแรง ริ้วรอยบนใบหน้าก็เพิ่มขึ้นมาก ราวกับอายุมากขึ้นกว่าสิบปีองค์จักรพรรดิตรัสด้วยเสียงทอดถอนใจ “ไม่เจอกันแค่ไม่เท่าไหร่ อ้ายชิงเป็นถึงขนาดนี้ ข้ารู้สึกปวดใจยิ่งนัก”เฮ่อเซียงกล่าว “หม่อมฉันขอบพระทัยในความใส่พระทัยของฝั่าบาท ฝั่าบาทเสด็จมาถึงที่นี่ หม่อมฉันรู้สึกผิดที่ไม่ได้ให้การต้อนรับอย่างดี”“ตอนนี้อ้ายชิงปั่วยหนักขนาดนี้ เรื่องพิธีรีตองก็เลี่ยงไปเถอะ อาการปั่วยของโรคนี้ช่างรวดเร็วนัก อ้ายชิงต้องระมัดระวังให้มาก”ในใจของเฮ่อเซียงเต็มไปด้วยความสงสัย องค์จักรพรรดิจะไม่รู้ได้อย่างไร เขาจึงกล่าวว่า “วันนี้กรมอาญานำสำนวนออกตรวจสอบ หวังว่าคดีความของเฮ่อโย200
วจะปิดได้ในเร็ว ๆ นี้ ปราชาชนภายนอกต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอเช่นกัน หวังว่าราชสำนักจะให้คำอธิบายโดยเร็วที่สุด”เฮ่อเซียงอธิบายด้วยอาการเหี่ยวแห้งและเศร้