ยอะไรหลายๆอย่าง ซึ่งสิ่งที่ไม่ปรารถนาจะหลุดจากมือที่สุดก็คือผืนแผ่นดินแห่งต้าฉู่สำหรับเฉินเสียนมีเพียงซูเจ๋อผู้เดียวเท่านั้นสุดท้ายซูเจ๋อถูกส่งกลับเข้าไปในศาลยุติธรรมต้าหลี่ จักรพรรดิรับรู้ว่ามีผู้ชิงตัวนักโทษ ทว่าเมื่อสืบสาวหาความจริงก็จับไม่ได้แม้แต่คนเดียว สุดท้ายแค่ค้นเจอเสื้อผ้าสีดำไม่กี่ชุดในมุมหนึ่งเท่านั้นคาดว่านักฆ่าชุดดำคงปลอมตัวเป็นราษฎรหลบซ่อนตามซอกซอยต่างๆเล่ากันว่านักดาบพเนจรทนเห็นขุนนางที่จงรักภักดีถูกสังหารอย่างไร้คุณธรรมไม่ได้ จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือผลก็คือจับนักฆ่าไม่ได้สักคน สุดท้ายก็ต้องปล่อยเลยตามเลยก่อนหน้านี้มีเปั่ยเซี่ยแทรกแซงด้วยเรื่องเฉินเสียน ยามนี้ก็มีเย่เหลียงเข้าแทรกเรื่องของซูเจ๋ออีก เมื่อความกลัดกล้มมารวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว ทำให้จักรพรรดิเคร่งเครียดอย่างมหันต์ ทว่ากลับไม่กล้าทำอะไรส่งเดชจักรพรรดิเรียกเฮ่อฟังมาจากห้องขังของกรมอาญา กล่าวว่า “เย่เหลียงส่งข่าวมาว่า หากข้าดื้อดึงจะสังหารซูเจ๋อ เย่เหลียงจะไม่ยอมรับสัญญาสันติภาพกับต้าฉู่ สามารถยกทัพมาตีต้าฉู่ได้ทุกเมื่อ เรื่องนี้เจ้าคิดเห็นเช่นไร?”เฮ่อฟังตื่นตระหนก พลางกล่าวในขณะที่ยังคลานอยู่ที่พื้น “ฝั่าบาททรงอย่าได้เชื่อนะพ่ะย่ะค่ะ ต้องเป็นข่าวปลอมแน่นอน ฝั่าบาทควรสังหารซูเจ๋อทันทีเลยพ่ะย่ะค่ะ”จักรพรรดิหรี่ตา “ข้าอยากฟังความเห็นของเจ้า”
180