ไม่ไหวที่จะบดขยี้เธอให้หลอมรวมเข้ามาในร่างกายของเขาแม้ว่าเขาจะอ่อนแรง แต่ถ้าเป็นเรื่องการโอบกอดเฉินเสียนแล้ว เขาจะไม่ออมแรงเด็ดขาดซูเจ๋อกล่าวว่า “อาเสียน ท่านกล้าหาญมิใช่น้อย ถึงขนาดกล้าปลอมตัวเข้ามาในศาลยุติธรรมต้าหลี่เลยทีเดียว”154
เฉินเสียนกล่าวว่า “ไม่ใช่แค่ความกล้าหาญ ตั้งแต่ท่านถูกจับมาจนถึงตอนนี้ข้าไม่ได้คิดเลยว่าท้ายที่สุดแล้วจะยังมีชีวิตรอดหรือไม่ แน่นอนว่าข้าต้องทำใจกล้าไม่เช่นนั้นข้ากลัวว่ามันจะสายเกินไป”ซูเจ๋อประคองศีรษะของเฉินเสียนไว้ สอดปลายนิ้วที่ทั้งอุ่นและเย็นไว้ในเรือนผมของเธอ หายใจรดต้นคอที่ขาวเนียนราวกับสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังของเธอเอ่ยอย่างแผ่วเบาว่า “ลำบากไหม”เฉินเสียนส่ายศีรษะและบอกว่า “ข้าลืมไปแล้วว่าความยากลำบากเป็นเช่นไรข้าแค่คิดว่าความหมดหนทางที่ข้าประสบมา ท่านต้องเคยผ่านมันมาแล้ว เพื่อช่วยเหลือข้า แม้ไม่มีหนทาง ท่านก็จะใช้สองมือของตัวเองกรุยทางให้ข้าจนเลือดไหลนอง”เธอบอกว่า “เป็นเช่นนี้ก็ดี พระเจ้ากำหนดเอาไว้แบบนี้ ข้ารู้ดีว่าท่านต้องพบเจอกับยากลำบากมามากแค่ไหน แต่บางทีสิ่งที่ข้าทำอาจจะไม่มีวันเทียบได้เลยกับสิ่งที่ท่านทำ”เฉินเสียนนึกถึงธุระที่มาที่นี่ขึ้นมาได้และตั้งใจจะผละออกจากอ้อมกอดของซูเจ๋อ แต่ทำอย่างไรซูเจ๋อก็ไม่ยอมปล่อย เขาขยับมาแนบหูของเธอและกล่าวว่า “มีอะไรก็พูดทั้งแบบนี้แหละ ข้าได้ยิน”เฉินเสียนกลับมาอิงแอบแนบกายเขาอีกครั้งและเอ่ยอย่างรักใคร่ว่า