ียนกล่าวว่า “พวกเราเคยเจอกันแล้ว ที่เรือนของซูเจ๋อครั้งนั้น ซูเจ๋อปั่วยหนัก ข้ากับฉินหรูเหลียงไปเยี่ยม เจ้ายังจำได้ใช่หรือไม่?”ทันใดนั้นนางสนมมีการตอบสนองกลับมา ในเวลานั้นได้ถอนสายบัวคารวะอีกครั้ง แล้วกล่าวขึ้นว่า “หม่อมฉันยินดีที่ได้เข้าพบองค์หญิงเพคะ ยินดีที่ได้เข้าพบ……..”คิดๆดูแล้วตอนนี้นางรู้ว่าฉินหรูเหลียงไม่ใช่แม่ทัพใหญ่แล้ว พอพูดออกมาชั่วขณะเลยไม่รู้ว่าควรจะเรียกว่าอย่างไรเฉินเสียนกล่าวว่า “ไม่ต้องมากพิธีหรอก มานั่งสิ”114
“หม่อมฉันจะนั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับองค์หญิงได้อย่างไรเพคะ หม่อมฉันยืนตรงนี้ก็ได้เพคะ”เฉินเสียนกล่าวว่า “พวกเจ้าสองพี่น้องล้วนกล้ำกลืนความไม่เป็นธรรมไปอยู่ข้างกายเฮ่อฟัง วันนี้ซูเจ๋อไม่อยู่ ข้าเชิญเจ้านั่งแทนเขา ไม่เกินไปเลยสักนิดหนึ่ง”นางสนมมีท่าทางสะเทือนใจเล็กน้อย ไม่นานก็ถูกนางยับยั้งไว้แล้วเดินไป ยิ้มแล้วกล่าวอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่า “หม่อมฉันฐานะต่ำต้อย ไม่คู่ควรนั่งโต๊ะเดียวกันกับองค์หญิงหรอกเพคะ องค์หญิงมีสิ่งใดให้รับสั่งได้เลยเพคะ หม่อมฉันตั้งใจฟังด้วยความเคารพนับถือและอย่างสุดความสามารถแน่นอน”นางอยู่ข้างกายเฮ่อฟังนับว่าเป็นเวลายาวนานแล้ว รู้สถานการณ์คร่าวๆ ผู้ใดคือศัตรูผู้ใดคือสหาย ตัวเองสามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจนเฉินเสียนกล่าวว่า “ช่างเถิด วันนี้เรียกเจ้ามา อยากจะมุ่งสอบถามเรื่องเฮ่อฟังกับเจ้า เจ้าอยู่ข้างกายเขานานแล้ว มีปรากฏเห็นช่องโหว่อะไ