ะตกใจได้เวลานี้เธอออกไปหาซูเจ๋อไม่ได้โดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคนจะเก็บหลักฐานได้กลับจะทำให้เรื่องวุ่นวายมากขึ้น37
เฉินเสียนกล่าวทีละคำว่า “ข้ารู้ เวลานี้บุ่มบ่ามทำเรื่องอะไรไม่ได้เลย ข้าไม่มีทางโง่ที่ต้องไปเป็นภัยให้กับเขาหรอก เพราะฉะนั้นท่านก็ไม่ต้องมาคุมขังข้าไว้”สถานการณ์ของซูเจ๋อกับเจ้าน่องน้อยไม่เหมือนกัน แม้ว่าเจ้าน่องน้อยอยู่ในพระราชวัง แต่ไม่ได้คับขัน แต่ซูเจ๋ออันตรายหรือปลอดภัยนั้น มันคับขันอยู่อย่างหวุดหวิดมากเธอไม่สามารถบุ่มบ่าม เธอต้องมีสติปัญญาในการปฏิบัติเพราะว่าเธอก้าวผิดหนึ่งก้าว ก็อาจจะแพ้ทั้งกระดาน ทำให้ทุกสิ่งอย่างที่ซูเจ๋อพยายามมาหลายปีสูญสิ้นทุกสิ่งอย่างได้!แต่หากว่าสุดท้ายเธอได้รับทุกอย่าง แล้วสูญเสียซูเจ๋อไป เช่นนั้นยังมีความหมายอะไรล่ะเฉินเสียนก้มศีรษะลง ยกมือลูบปินหยกขาวบริเวณผม แล้วกล่าวเสียงแผ่วเบากับฉินหรูเหลียงว่า“นานมากแล้วที่ไม่ได้ออกไปท่องเที่ยว วันนี้ท่านไปกับข้าหน่อยนะ ข้าอยากไปที่ร้านเครื่องประดับที่มีเครื่องประดับสวยงามหน่อย”ฉินหรูเหลียงรู้สึกขัดแย้งอย่างมาก ในเมื่อไม่หวังให้เฉินเสียนไปเสี่ยงอันตรายเพื่อซูเจ๋อ แต่หวังว่าจะมีวิธีช่วยซูเจ๋อออกมาได้ หากว่าช่วยซูเจ๋อไม่ได้สถานการณ์ของเฉินเสียนก็ยิ่งอันตรายคนอย่างซูเจ๋อเป็นคนแผนสูงสุขุมอย่างนั้น หรือว่าไม่ได้มีทางหนีทีไล่ไว้เลยหรือ? ฉินหรูเหลียงไม่ค่อยเชื่อแต่สุดท้ายสีหน้าเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยัง