เธออีกครั้ง เธอผลักไหล่ของซูเจ๋อออก แล้วแยกตัวออกมา หัวใจสั่นไหวร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว พูดขึ้นพึมพำว่า : “ยาหมดแล้ว เอ้อเหนียงก็ยังอยู่ อย่าทำแบบนี้”ซูเจ๋อยิ้มขึ้นอย่างมีเงื่อนงำ : “เอ้อเหนียงออกไปตั้งนานแล้ว”14
เฉินเสียนจึงรีบหันไปดู ก็บังเอิญสบตาเข้ากับซูเจ๋อพอดีเธอเพิ่งรู้ว่าแม่นมซุยที่ยืนอยู่ข้างๆ ออกจากห้องนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ถึงแม้แม่นมซุยจะเป็นหญิงที่แต่งงานแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นซูเจ๋อและเฉินเสียนนัวเนียกันแบบนี้ เพราะในมโนคิดของนาง ซูเจ๋อเป็นคนที่มีความยับยั้งชั่งใจและมีเหตุผลที่สุด ไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเลยแม้สักครั้งแม่นมซุยต้องดีใจแทนเขาและเธอทั้งคู่เป็นธรรมดาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ายืนดูอยู่ข้างๆ ก็กระไรอยู่ เฉินเสียนเองก็คงทำตัวไม่ถูก ฉะนั้นนางจึงถอยออกไปอย่างไรซึ่งสุ้มเสียงที่สุดนางยืนเฝั้าหน้าประตูอย่างใจจดใจจ่อ ในใจของนางท่วมท้นไปด้วยความสุขถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญกับความหนาวเย็นข้างนอกนั่น
15