เฉินเสียนหลับตาลงและฟังเสียงหัวเราะอันอ่อนโยนของแม่นมซุย นางกล่าวว่า “องค์หญิงน่าจะทรงทราบว่าใครอยู่เบื้องหลังการปกป้ององค์หญิง”แม้ว่าเขาจะยังไม่เคยปรากฏตัวเลยจนกระทั่งบัดนี้ แต่เฉินเสียนกลับสัมผัสได้ถึงความตั้งใจอันดีของเขาในทุกๆ สิ่งหลังจากประสบพบเจอกับสิ่งเหล่านี้ เฉินเสียนก็พบว่าเมื่อเทียบกับเขาแล้วเธอดูไม่ต่างอะไรจากลูกวัวแรกเกิด ที่ไม่ว่าจะเติบโตขึ้นมาแค่ไหนก็ยังไล่ตามเขาไม่ทันอยู่ดีการวางแผนกลยุทธ์ของเธอไม่มีวันเทียบซูเจ๋อได้เลย ความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญของเขาทรงพลังประหนึ่งอสนีบาตซึ่งอยู่ท่ามกลางสายลมและแสงจันทร์อันน่ารื่นรมย์อวี้เยี่ยนรู้ดีว่าแม่นมซุยพูดถึงใคร นางจึงเอ่ยว่า “เอ้อร์เหนียงไม่ได้ออกไปจากจวนและก็ไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง จะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นคนปกป้ององค์หญิง”แม่นมซุยตอบว่า “ใต้เท้าใส่ใจมากแค่ไหน ต่อไปเจ้าจะรู้ได้เอง”“ข้าไม่อยากรู้ องค์หญิงก็อย่าทรงทราบเลยจะดีที่สุด”แม่นมซุยกล่าวว่า “เอาละ เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ องค์หญิงเพิ่งจะฟื้น จำเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอ”แม่นมซุยปล่อยให้อวี้เยี่ยนคอยเฝ้าดูเฉินเสียนในขณะที่ตนเองออกไปต้มยา1271
อวี้เยี่ยนกล่าวว่า “องค์หญิง บ่าวช่วยประคองให้นอนลงเองเพคะ”เฉินเสียนเอนกายพิงหมอนบนหัวเตียง เธอส่ายศีรษะและบอกว่า “นอนนานแล้ว เอนหลังแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”หลังจากนั้นก็เงียบกันไปอยู่นานเมื่อเห็นว่าเธอเงียบ อวี้เยี่ยนจึงอดถามอย่างเป็นกังวลไม่ได