แม่ทัพอีกล่ะเพคะ หรือว่าองค์หญิงยังเกลียดท่านแม่ทัพอยู่”ในเวลานั้นฉินหรูเหลียงมาที่สวนสระวสันตฤดูพอดี เขายืนอยู่หน้าประตูและกำลังจะผลักประตูเข้าไป ทว่าเมื่อได้ยินเสียงที่ดังมาจากข้างในเขาก็หยุดชั่วคราวเขายืนอยู่หน้าประตูหน้าประตูครู่หนึ่ง ได้ยินเฉินเสียนพูดว่า “เรื่องในอดีตหายสิ้นไปนานแล้ว และข้าก็ไม่ได้เกลียดเขา”“แล้วเหตุใดองค์หญิงจึงไม่รับพิจารณาท่านแม่ทัพล่ะเพคะ”เฉินเสียนกล่าวว่า “ใจของคนต้องใหญ่สักแค่ไหนจึงจะรองรับคนสองคนได้พร้อมกันในเวลาเดียว ข้าขอให้เขาอยู่ห่างจากข้าไม่ใช่เพราะเกลียด แต่เป็นเพราะข้าอยากให้เขาล้มเลิกความคิดเสียแต่เนิ่นๆ”ทันทีที่สิ้นเสียง ฉินหรูเหลียงก็เดินเข้ามาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น1274
เขานั่งลงที่ข้างเตียงและถามว่า “รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่”เฉินเสียนสำลัก เธอเหลือบมองเขาแล้วถามว่า “ท่านฟังอยู่ตรงนั้นมานานแค่ไหนแล้ว”“ไม่นาน แค่ครู่เดียว” เขาวางมือลงบนเข่าและกล่าวว่า “อวี้เยี่ยน ต่อไปนี้ข้าเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญ ดังนั้นเลิกเรียกข้าว่าแม่ทัพได้แล้ว”อวี้เยี่ยนโค้งคำนับและตอบไปว่า “เจ้าค่ะ ท่านราชบุตรเขย”ฉินหรูเหลียงเลิกคิ้วขึ้น ดูเหมือนเขาจะค่อนข้างพอใจกับชื่อนี้เฉินเสียนกุมขมับฉินหรูเหลียงห่มผ้าให้เฉินเสียนพลางพูดราวกับไม่ใส่ใจว่า “เฉินเสียน ตอนนี้ข้ายังเป็นสามีของท่าน ท่านวางใจเถิด ตราบใดที่ยังไม่ได้แยกจากกับท่าน ตราบใดที่ยังไม่เห็นท่านกับซูเจ๋ออยู่ต่อหน้าผู้