โปรดไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย!”แต่น่าเสียดายที่เขามีโอกาสตะโกนได้เพียงเท่านั้น เพราะทันทีที่ออกมาด้านนอกราชสำนัก คมมีดก็บั่นลงมาจนเลือดสาดกระเซ็น สร้างความหวาดกลัวให้เหล่าขุนนางเฮ่อเซียงก้าวออกมาข้างหน้าและกล่าวว่า “องค์จักรพรรดิโปรดทรงสงบพระทัย ตลอดหลายปีมานี้แม้ว่าเป่ยเซี่ยกับต้าฉู่จะมิได้ไปมาหาสู่กัน ทว่าก็มิได้ขัดแย้ง ไม่รู้ว่าเหตุใดคราวนี้จึงมาตั้งทัพล้อมที่ชายแดนไว้”เรื่องนี้จำเป็นต้องบอกให้ทุกคนรู้จึงจะคิดหาหนทางแก้ไขปัญหาได้ด้วยเหตุนี้จักรพรรดิจึงโยนพระราชสาสน์ในมือลงไปบนพื้นและตรัสว่า “ลองดูเอาเอง!”เฮ่อเซียงหยิบขึ้นมาและกวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป “นี่มัน…”เขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรจึงส่งต่อให้ขุนนางที่อยู่ข้างๆ ในไม่ช้าเหล่าขุนนางก็หมุนเวียนกันอ่าน และในราชสำนักก็ตกอยู่ในความไม่สงบเมื่อมองไปที่เฮ่อเซียง ขุนนางผู้หนึ่งก็ลุกขึ้นยืนและเอ่ยอย่างโกรธแค้นว่า“มีอย่างที่ไหนกัน! เป่ยเซี่ยทำแบบนี้มันมากเกินไป! องค์หญิงจิ้งเสียนเป็นองค์1265
หญิงแห่งต้าฉู่ ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย เป่ยเซี่ยมีสิทธิ์อะไรเข้ามาก้าวก่าย! องค์จักรพรรดิ ตอนนี้ยังพอมีเวลา จะเป็นการดีกว่าไหมพ่ะย่ะค่ะถ้าเราจะส่งกองกำลังออกไป ไม่เช่นนั้นเป่ยเซี่ยจะคิดว่าเรากลัวพวกมัน และต่อไปจะยิ่งเหิมเกริมหนักกว่านี้!”เมื่อมีคนลุกขึ้นยืนและเอ่ยออกมาอย่างกล้าหาญ สีหน้าของจักรพรรดิก็ยิ่งแสดงให้เห็นความไม่พอใจมากขึ้น ทว่