พ่อบ้านก้าวเท้ามาที่ด้านหน้าห้องตำราอย่างนุ่มนวล เคาะประตูอยู่สองครั้งเมื่อได้ยินเสียงซูเจ๋ออนุญาตให้เข้าไปได้ เขาจึงก้าวเท้าเข้าไปไม้กฤษณาในกระถางธูปได้เย็นตัวลงนานแล้ว แม้ว่าจะเปิดหน้าต่างออกไปสองบาน ห้องตำราก็ยังคงมีกลิ่นหอมเย็นๆลอยอบอวนอยู่ซูเจ๋อที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่าง มองออกไปในป่าไผ่ที่มืดสนิทเป็นเวลานานเมื่อพ่อบ้านเข้ามาแล้ว เขาจึงหันหลังกลับไป ภายใต้แสงสีเหลืองอันอบอุ่นของดวงไฟ ทำให้มองเห็นถึงสีหน้าอันเหนื่อยล้าของเขา การสวมใส่เสื้อผ้าอย่างสบายๆ เส้นผมถูกปล่อยลงมาบนเสื้อดูไม่ค่อยเรียบร้อยพ่อบ้านกล่าว “ใต้เท้า ตามโดยที่ใต้เท้าเฮ่อเซียงเป็นแกนนำ เหล่าขุนนางเก่าได้เจอกันอย่างลับๆ เพื่อหารือกันเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวในราชสำนัก เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่จำเป็น พวกเขาก็คงไม่สามารถที่จะอยู่เฉยๆได้ ในที่สุดใต้เท้าก็สามารถวางใจได้แล้ว ”ซูเจ๋อถาม “แล้วพระองค์หล่ะ?”พ่อบ้านพูดขึ้นอย่างสีหน้าเศร้าว่า “ บ่าวได้ไปถามข่าวมาได้ความว่า อาการขององค์หญิงจิ้งเสียนยังไม่ถึงกับชีวิต แต่ว่ายังคงนอนหลับไหลไม่ฟื้น ไม่มีหมอคนไหนรักษาได้ ”ซูเจ๋อกลับมานั่งประจำที่โต๊ะ บนโต๊ะหนังสือของเขาสะอาดและกว้างใหญ่นอกจากพู่กัน กระดาษ และจานฝนหมึก ก็ไม่มีสิ่งของอย่างอื่น1245
เขาวางกระดาษลง หยิบพู่กันจุ่มนํ้าหมึก แล้วเริ่มเขียนลงไปบนกระดาษนั้นตัวอักษรที่เขาเขียนลงไปเหมือนมีจิตวิญญาณ เขียนด้วยประสบการณ์มากมายและจังหวะการล