งพู่กันอย่างแปลกประหลาดนั่นก็เพราะว่าเขาไม่ต้องการให้ผู้ใดมองออกว่านี่เป็นลายมือของเขาถ้าไม่ได้ดูเขาเขียนด้วยตาตัวเอง ลายมือของเขาที่เปลี่ยนไปมาอย่างแปลกประหลาด ก็ไม่มีใครสามารถมองออกได้ว่าเป็นลายมือของเขาซูเจ๋อยังถามต่อว่า “สามารถยื้อชีวิตได้นานสุดอีกกี่วัน?”พ่อบ้านตอบ “ห้าถึงสิบวัน”เขาย่นคิ้วอันเรียวยาว เมื่อคลายนิ้วออกแล้วจึงวางปากกาลง พูดขึ้นว่า “ข่าวคราวของเป่ยเซียมาถึงเมื่อไร?”“ก็น่าจะไม่กี่วันนี้”ซูเจ๋อลุกขึ้นแล้วพับแผ่นกระดาษนั้นที่เขียนด้วยหมึกที่ผึ่งลมแห้งแล้วส่งให้กับมือของพ่อบ้าน แล้วพูดว่า “นำสิ่งนี้ไปให้หมอที่กระท่อมยาแล้วเชิญเขาให้ไปรักษาอาเสียน”พ่อบ้านรับคำสั่ง แล้วกำลังจะออกจากบ้านไปทำเรื่องที่ซูเจ๋อวานให้ไปทำ เมื่อไปยืนอยู่ที่ประตู เขาหันหลังกลับมามองซูเจ๋อยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ เหมือนกำลังนั่งวาดรูปอยู่ แต่จิตใจนั้นไม่ค่อยจะดีสักเท่าไรพ่อบ้านส่งเสียงว่า “ใต้เท้ายังไงก็ต้องดูแลสุขภาพร่างตัวเองด้วย อากาศเย็นรีบเข้าไปพักผ่อนเถิด”ซูเจ๋อตอบกลับมาเบาๆ ว่า “ข้ารู้”1246
“ไม่อย่างนั้นเมื่อช่วยชีวิตองค์หญิงจิ้งเสียนได้แล้ว ใต้เท้าจะเป็นคนที่ล้มป่วยไปเสียเอง”เมื่อพูดถึงเฉินเสียน ซูเจ๋อมีปฏิกิริยาที่แตกต่างออกไป นํ้าเสียงดูอ่อนโยนลงเขาเอ่ยว่า “เจ้าไปเถิด ข้าอยู่สักครู่เดี๋ยวข้าจะกลับไปพักข้างในห้องแล้ว”แต่เขาอยู่คนเดียวโดยไม่รู้ว่าเวลานี้คือเวลาใด ครุ่นคิดกับเรื่องต่างๆมากมายอ