ลๆว่า “ก็จริง เการมีชีวิตอยู่ก็เป็นโชคดีของข้า ความตายก็เป็นชีวิตของข้า เฮ่อโยว ข้าเชื่อใจเจ้าผิดไป”เธอลงไปชั้นล่าง แล้วเดินออกจากหอสุราไป รู้สึกว่าแสงไฟด้านนอกนั้นสว่างไสวมาก แต่เธอเดินส่ายไปส่ายมาเหมือนกับมองคนที่มองไม่เห็นแสงไฟเฮ่อโยวยืนมองดูอยู่ด้านหน้าหน้าต่างชั้นสอง มองร่างเธอเดินออกไปอย่างเซไปเซมาเดินออกไปไม่นาน เฉินเสียนรู้สึกระคายเคืองที่จมูก เธอกัดฟัน และปิดคอแน่น ยกมือขึ้นลูบที่จมูก พบว่าไม่มีเลือดไหลเล็ดรอดออกจากปากแล้ว แต่ไปไหลออกทางจมูกของเธอเธอเช็ดไม่สะอาด ยิ่งเช็ดเลือดก็ยิ่งออกเวลาต่อมาเธอจึงยืนอยู่บนถนน เงยหน้ามองไปบนท้องฟ้า จากนั้นก็รู้กสึกว่าทั้งร่างกายเย็นเฉียบผู้คนที่อยู่บริเวณรอบข้างเห็นลักษณะอาการของเธอ ต่างก็พากันตกใจแล้วหนีห่างจากเธอ เลือดไหลออกทางจมูกมายังคางแล้วหยดเต็มไปทั่วเสื้อคลุมด้านบนของเธอมีคนรอบถามด้วยความหวังดีว่า “แม่นาง เจ้าต้องเร่งรีบแล้ว ให้ข้าไปส่งที่ร้านยาสมุนไพรรึไม่?”เฉินเสียนพูดพึมพำว่า “อากาศวันนี้ ช่างหนาวเย็นเสียจริง”1234
เธอก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างลำบากอย่างไม่ค่อยได้สติ สายตามองเห็นไม่ชัดฟังก็ไม่ถนัด ในภาพความทรงจำคร่าวๆของเธอเหลือเพียงแค่เสียงจ้อกแจ้กจอแจปนเปกับเสียงคนพูด และเสียงรอยลากของรถม้าอวี้เยี่ยนและแม่นมซุยคิดไม่ถึงว่า เฉินเสียนที่ออกไปหาเฮ่อโยวอย่างเงียบๆจะถูกหามกลับมาเช่นนี้ตอนกลับมาถึง เฉินเสียนมีสีหน้าตาซีดเซียว ตาทั้งสอง