ก็เหมือนการเปิดช่องว่าง จากนั้นก็ตามมาด้วยคำพรรณนาคะนึงหาที่พรั่งพรูออกมาไม่หยุดเธอยิ้มตาหยีให้เขา สูดลมหายใจเข้าด้วยอาการสั่นเทา จากนั้นก็พูดขึ้นด้วยเสียงที่สั่นระรัว : “ซูเจ๋อ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน ท่านคงไม่รู้แน่ๆ ข้าคิดถึงแม้กระทั่งยามหลับฝัน”1135
นัยน์ตาของซูเจ๋อมืดสนิทลงในทันทีเขาก้มหน้าลงมา เฉียดกับปลายจมูกของเธอ ลมหายใจค่อยๆ พ่นลงมา อยู่ใกล้เธอเพียงชั่วอึดใจ ริมฝีปากของเขาประทับลงบนริมฝีปากของเธอเฉินเสียนวางมือลงบนไหล่ของเขา เธอกัดริมฝีปากของเขาเบาๆ พูดขึ้นระหว่างใบหูและขมับของเขาด้วยนํ้าเสียงอู้อี้ : “ข้าบอกตัวเองเสมอ ขอเพียงแค่ได้เห็นหน้าท่าน ถึงแม้จะได้เห็นแค่เดี๋ยวเดียวก็ยังดี แต่ข้ากลับโลภมาก เมื่อได้เห็นหน้าท่านแล้ว ก็อยากที่จะได้ยินเสียงท่าน อยากโอบกอดท่าน และอยากจะจูบท่าน……”เธอหัวเราะตัวเองเบาๆ : “ข้าโกหกตัวเองเสมอว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว แต่ว่ามีเพียงข้าที่รู้ตัวเองดีที่สุด แค่มองท่าน มันไม่เคยพอจริงๆท่านไม่เคยรู้ วันนั้นที่ข้ายืนอยู่นอกประตู ต้องใช้ความกล้าและความอดทนแค่ไหนเพื่อจะยับยั้งช่างใจควบคุมขาทั้งคู่ของข้า เพื่อไม่ให้เดินเข้าไปหาท่าน……ได้ยินเสียงท่านพูดคุย ได้ยินเสียงท่านไอ ข้าก็รู้สึกทรมานไปทั้งตัวแต่ว่าตอนนี้ กว่าที่จะขโมยเวลามาได้ ข้าสามารถมองเห็นท่าน และแค่ยื่นมือออกไปก็สามารถสัมผัสโดนตัวท่าน เวลาที่มีค่าเช่นนี้ข้าไม่อาจจะให้สูญเปล่าโดยไร้ประโยชน์ ข้าค