เสียนก็ได้ยินด้านนอกมีเสียงคนพูดขึ้นว่า : “ที่นี่ไม่มีคน”เสียงฝีเท้านั่นจึงค่อยๆ ไกลออกไปเรื่อยๆหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เฉินเสียนเองก็ค่อนข้างตกใจไม่น้อยถ้าหากเมื่อครู่นี้ซูเจ๋อข้ามกำแพงจากไป เวลานี้เธอและเขาคงจะไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันแล้ว1134
ซูเจ๋อพูดขึ้นว่า : “ถึงแม้ว่าจะเสี่ยงอันตรายไปหน่อย แต่สามารถรั้งท่านไว้ข้างกายข้าเพียงเดี๋ยวเดียว มันก็คุ้มค่ามากแล้ว”เฉินเสียนสามารถรับรู้ได้ ว่าทุกช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันเหมือนในวันนี้ ก็เหมือนกับการขโมยเวลาจากวันข้างหน้าก็ไม่ปานและเมื่อครู่นี้ ที่ไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรหรือควรทำอะไร ก็เหมือนกับกำลังสูญเสียเวลาอันมีค่าที่ได้มาอย่างยากลำบากก็ในเมื่อคิดถึงเขามากขนาดนี้ แล้วทำไมถึงไม่บอกให้เขาได้ยินล่ะ? ทำไมต้องเก็บไว้ในใจ ไตร่ตรองซํ้าไปซํ้ามาแบบนี้คนเดียวล่ะ?ความรู้สึกแบบนี้……ทั้งๆ ที่อยากให้เขารับรู้มาก พวกเขาไม่สามารถอยู่ด้วยกันทุกวันคืนเหมือนเช่นตอนอยู่ที่นอกเมืองนั่น สำหรับพวกเขาแล้วเวลาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด แล้วทำไมเธอต้องทนอยู่แบบนี้ ต้องเก็บงำต้องซ่อนมันอยู่แบบนี้ด้วยล่ะ?เฉินเสียนที่แนบกับประตู จ้องมองซูเจ๋อเงียบๆ ฟังเสียงที่ร้องพรรณนาโหยหาในใจ ท้ายที่สุดเธอก็ตัดสินใจทำตามเสียงของตัวเอง ได้ยินตัวเองพูดกับซูเจ๋อโดยทันทีว่า : “ข้าคิดถึงท่าน”ซูเจ๋ออึ้งไปชั่วครู่เมื่อได้บอกกับเขาแล้ว เฉินเสียนจึงรู้สึกว่าการพูดออกจากปากไม่ได้ยากอย่างที่คิด