มหายใจก็ดูเหมือนจะหยุดนิ่งสีหน้าของเขาแสดงออกถึงความไม่อยากเชื่อหลิ่วเหมยอู่กล่าวว่า “ดังนั้นข้าจึงเริ่มคิดหาวิธีสร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นระหว่างท่านกับท่านแม่ทัพ โชคดีที่ช่วงหนึ่งท่านถูกควบคุมให้อยู่ในวังอย่างเข้มงวด ข้าจึงมักจะอาศัยช่วงนั้นอ้างชื่อของท่านให้ท่านแม่ทัพไปพบกันที่สวนแอปริคอต”“ในตอนแรกท่านแม่ทัพจะผิดหวังเมื่อได้เห็นข้า ยิ่งท่านผิดนัดอย่างไม่มีเหตุผลเขาก็จะยิ่งผิดหวังมากขึ้น ต่อมาเมื่อเป็นเช่นนั้นบ่อยขึ้น เมื่อผิดหวังซํ้าแล้วซํ้าเล่า ท่านแม่ทัพก็ค่อยๆ ชินกับมัน”หลิ่วเหมยอู่มีสีหน้าพึงพอใจ “ในที่สุดท่านแม่ทัพก็ยอมปีนขึ้นไปเก็บแอปริคอตมาให้ข้ากิน เมื่อวันเวลาผ่านไป เขาก็ค่อยๆ ลืมท่านในช่วงเวลานั้น การได้อยู่กับท่านแม่ทัพเพียงลำพังบ่อยๆ ทำให้ข้ายิ่งรู้สึกว่าข้ากับเขาอยู่ในโลกใบเดียวกัน นั่นเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของข้า”“แต่ต่อให้ท่านแม่ทัพไม่คิดจะไปหาท่าน ท่านก็มักจะอยากไปหาเขา ดังนั้นข้าจึงคิดหาข้ออ้างครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อให้ท่านละทิ้งความคิดที่จะไปหาเขา ท่านไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงอยากทำตัวห่างเหินจากท่าน และเพราะทุกๆ วันที่ท่านเป็นคนนัดเขาก่อนแต่กลับไม่ยอมไปพบเขา เขาจึงผิดหวัง”หลิ่วเหมยอู่กล่าวว่า “ท่านรู้ไหมว่าคนอย่างท่านแม่ทัพที่ดูภายนอกเหมือนไม่มีอะไรเลย แต่ความจริงภายในใจเขามักจะรู้สึกว่าตัวเองตํ่าต้อย ในตอนนั้นเขาเป็นเพียงแค่ลูกชายของขุนนางธรรมดา