งที่ร่วมงานกันจะแอบเอารองเท้าคู่เล็กให้เขา เขาก็ไม่โกรธเลยแม้แต่น้อยเขาเพียงต้องการที่จะเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน เพื่อที่จะแก้แค้นให้กับญาติที่ถูกสังหารไป ถึงแม้เริ่มแรกมันจะยากแต่ก็จำเป็นต้องทำไม่เพียงแค่เหล่าขุนนางนับร้อยที่คอยเฝ้าดูเขา องค์จักรพรรดิเองก็ยังคอยเฝ้ามองเขาอยู่เบื้องบนอีกด้วย มองว่าเขาจะมีปณิธานมุ่งมั่นที่จะฝ่าฝั่นในสถานการณ์ที่ยากลำบากได้มากน้อยแค่ไหนวันแรกของเวลาราชการ เฮ่อโยวสวมชุดเครื่องแบบขุนนาง ยืนอยู่ท่ามกลางขุนนางนับร้อยเป็นครั้งแรกที่เขาได้มาสัมผัสกับงานราชการในราชสำนักอย่างแท้จริง เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ฟังอยู่อย่างเงียบๆเมื่อถึงเวลาเลิกราชการขุนนางนับร้อยก็ถอนตัวออกจากราชสำนัก ต่างคนก็จับกันเป็นกลุ่มเล็กๆ มีแต่เฮ่อโยวที่อยู่คนเดียวเพียงลำพังเฮ่อฟั่งตั้งใจก้าวเท้ามาด้านหลังของเฮ่อโยว แล้วก้าวไปเหยียบชายเสื้อของเฮ่อโยวเฮ่อโยวที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย จึงล้มลงไปทันทีอย่างน่าเวทนาขุนนางที่อยู่บริเวณรอบๆนั้นจึงหยุดเดิน หันไปมองเฮ่อโยวแล้วหัวเราะ1057
เฮ่อฟั่งยื่นมือไปทางเฮ่อโยว ด้วยนํ้าใจจริงแล้วพูดว่า “ใต้เท้าเฮ่อไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”เฮ่อโยวหน้าควํ่าลงกับพื้นครู่หนึ่ง หมัดที่กำเอาอย่างแน่นถูกคลายออก ลุกขึ้นมาอย่างลำบาก ริมฝีปากบวมจากการที่กระแทกพื้นเขาจับมือเฮ่อฟั่งแล้วยืนขึ้น ตอบกลับว่า “ข้าไม่เป็นไร ขอบคุณใต้เท้าเฮ่อที่ยื่นมาช่วย”เรื่องที่ใต้เท