่นนี้ที่ไหนกันเล่าเฉินเสียนหลุบตาลง อดกลั้นจนใต้ตาแดงกํ่าฉินหรูเหลียงกล่าวอย่างเคารพนับถือว่า“ครั้งแรกที่ข้าพบว่าที่แท้นํ้าตาของท่านเยอะอย่างนี้ สามารถร้องไห้ที่ท้องพระโรงไม่หยุด ร่างกายท่านมีนํ้าเยอะหรือ?”เฉินเสียนสูดอากาศเย็นยะเยือกเข้าปอด กล่าวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า“พูดได้เพียงว่าข้าฝีมือการแสดงเชี่ยวชาญมาก”ฉินหรูเหลียงหลุบสายตามองเฉินเสียน แล้วกล่าวขึ้นว่า“เช่นนั้นพูดถึงซูเจ๋อกับเจ้าน่องน้อยแล้ว ท่านมักไม่ได้แสดงมันเสมอไป”เจ้าน่องน้อยกับซูเจ๋อ ทั้งสองคนเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตเธอ ไม่ว่าผู้ใดเธอก็ไม่อยากสูญเสียไป1039
ในเมื่อองค์จักรพรรดิกล่าวด้วยตัวเองแล้ว ให้เธอไปเยี่ยมซูเจ๋อได้ เธอจะมีเหตุผลไม่ไปที่ไหนกันเล่าต่อให้ไปเรือนของเขา ไม่ต้องพบเจอหน้าเขา สามารถได้ยินเสียงเขาตรงที่กั้นประตูก็ดีมากแล้วเพียงแต่คิดไม่ถึง องค์จักรพรรดิพูดว่าเฮ่ออ้ายชิงไม่ใช่เฮ่อโยว กลับเป็นพี่ชายของเฮ่อโยวคือเฮ่อฟั่งองค์จักรพรรดิส่งเฮ่อฟั่งมาพิจารณาและสังเกตสีหน้าแล้วพอพบหน้า เฮ่อฟั่งคารวะกล่าวว่า “คารวะท่านแม่ทัพฉิน องค์หญิงจิ้งเสียนใต้เท้าซูป่วย องค์จักรพรรดิเป็นห่วงมาก ส่งให้ข้าเดินทางไปกับท่านแม่ทัพฉินและองค์หญิงจิ้งเสียนเพื่อเยี่ยมไข้ใต้เท้าซูด้วยกัน”ในเรือนซูเจ๋อเงียบสงบมากความทรงจำของเฉินเสียน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเข้ามาในเรือนของเขาทางประตูใหญ่พ่อบ้านออกมารับแขกไม่งุนงงเปะปะเลยแม้แต่น้อย