ศ์อยู่ครึ่งหนึ่งตอนนี้เกินหนึ่งขวบแล้ว รับเข้ามาดูแลในพระราชวังอย่างดี ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอนาคตเจ้าต้องการมาเยี่ยม รายงานให้ทราบก็พอแล้ว”“ขอบพระทัยเพคะองค์จักรพรรดิ”องค์จักรพรรดินึกได้เรื่องหนึ่ง กล่าวกับเฉินเสียนว่า“ข้าลืมเลย บัณฑิตซูเจ๋อก็กลับมาเมืองหลวงเมื่อวานนี้ แต่ทว่าได้ยินว่าพอถึงประตูเรือนก็เหนื่อยล้าโหมงานหนักล้มป่วยลงแล้ว จนถึงวันนี้ก็ลงจากเตียงไม่ได้ เรื่องนี้เจ้ารู้หรือไม่?”เฉินเสียนพยามควบคุมอาการสั่นเทาของมือที่อยู่ในแขนเสื้อ บนใบหน้าทำท่าทีตื่นตระหนก กล่าวว่า“ใต้เท้าซูป่วยหรือเพคะ?”“อย่างไร เจ้าต้องการไปเยี่ยมเขาหรือไม่?”เฉินเสียนคิดแล้วคิดอีก กล่าวอย่างขี้ขลาดว่า“แม้ว่าจิ้งเสียนกับใต้เท้าซูสนิทสนมกันไม่ลึกซึ้ง แต่ระหว่างทางก็ได้รับการดูแลจากเขามากมาย ไปเยี่ยมเขาก็เป็นเรื่องที่สมควรเพคะ แต่ว่าไม่เหมาะสมกับประเพณีล่ะก็ ช่างเถิดเพคะ”องค์จักรพรรดิกล่าวว่า “ครั้งนี้บัณฑิตเจรจาสันติภาพแลกเปลี่ยนฉินอ้ายชิงกลับมา เจ้าสองสามีภรรยาไปเยี่ยมก็อยู่ในหลักทำนองคลองทำ มีเวลาเรียกเฮ่ออ้ายชิงไปด้วยกันเถิด”ในใจเฉินเสียนรู้สึกประหลาดใจ นี่องค์จักรพรรดิมีความหวังดีเช่นนี้?เกรงว่าจะไม่ใช่แล้ว1033
แต่มีสักนิดหนึ่งที่เธอสามารถแน่ใจได้ นั่นคือตอนนี้เหล่าอาณาปราชาราษฎร์ในเมืองหลวงล้วนรู้กันว่าองค์หญิงจิ้งเสียนกลับมาแล้ว องค์จักรพรรดิไม่มีทางลงไม้ลงมือกับเธอในพระราชวังหรอกหากว่าพอกับมาก็เก