นตระหนกเลยทูตไปที่เย่เหลียงด้านนั้นยิ่งถกเถียงอย่างดุเดือด ท้าทายเย่เหลียงช่วยขุนนางเพียงลำพัง ไม่เสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย ถกเถียงจนตอนสุดท้ายเหล่าขุนนางเย่เหลียงใบ้นิ่งไม่มีคำจะกล่าวเลยองค์หญิงกับทูตไม่เพียงแต่ทำเพื่อต้าฉู่เจรจาสันติภาพแลกเปลี่ยนขุนนางกลับมาได้สำเร็จ ระหว่างทางยิ่งเห็นอกเห็นใจชีวิตความเป็นอยู่ของเหล่าอาณาปราชาราษฎร์ กระทำตัวเองให้เป็นแบบอย่างที่ดี ได้รับการเทิดทูนจากเหล่าอาณาปราชาราษฎร์มากมายขณะที่อวี้เยี่ยนพูดเรื่องเหล่านี้ขึ้นมา มีสีหน้าภาคภูมิใจ ยังกล่าวขึ้นอีกว่า“ทุกวันบ่าวยังเอาเรื่องเหล่านี้เล่าให้เจ้าน่องน้อยฟังเพคะ ท่านชายน้อยฟังอย่างตั้งใจเลยนะเพคะ”เฉินเสียนราวกับจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม กล่าวว่า“เด็กน้อยเช่นนี้ เขาฟังเข้าใจหรือ?”อวี้เยี่ยนกล่าวว่า “บ่าวรู้สึกว่าท่านชายน้อยฟังเข้าใจเพคะ ทุกวันตอนที่บ่าวพูด ท่านชายน้อยสีหน้าแวววาวนะเพคะ”พอพูดถึงเจ้าน่องน้อย อยากที่จะหลีกเลี่ยงความเศร้าสลดใจอวี้เยี่ยนปากไว ลืมเป็นกังวลพะว้าพะวัง กล่าวขึ้นว่า“ขอประทานอภัยเพคะองค์หญิง บ่าวไม่ควรพูดเรื่องเหล่านี้……”1013
เฉินเสียนกล่าวว่า“มิเป็นไรหรอก ข้ากำลังอยากจะฟังเรื่องของเจ้าน่องน้อยเจ้าเล่าให้ข้าฟังอย่างละเอียดด้วย”ครึ่งปีที่เธอไม่ได้อยู่ข้างกายเจ้าน่องน้อย เพียงแค่ฟังอวี้เยี่ยนพูดเล่าให้ฟังเธอถึงได้เข้าใจเรื่องของเจ้าน่องน้อยบ้างต่อมาฉินหรูเหลียงเดินเข้ามาในห้องอาหาร นั่งลงข้างกา