ภายในห้องตำราหลวง จักรพรรดิกำลังอ่านฎีกาที่วางซ้อนกันเท่าภูเขาองครักษ์ด้านนอกรีบมารายงานด้วยความเร่งรัด กล่าวว่า “กราบทูลฝ่าบาทองค์หญิงจิ้งเสียนกลับเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ เพิ่งเข้าประตูเมืองเมื่อสักครู่นี้พ่ะย่ะค่ะ”เวลานี้เฮ่อฟั่งผู้เป็นขุนนางที่จักรพรรดิโปรดปรานก็อยู่ด้วยจักรพรรดิวางฎีกาในมือ พลางถามว่า “ยามนี้อยู่ที่ใด?”องครักษ์กล่าวว่า “หลังจากนางเข้าเมืองก็กลับจวนแม่ทัพพ่ะย่ะค่ะ”เฮ่อฟั่งกล่าวด้วยความกราดเกรี้ยวอยู่ด้านข้าง “ในเมื่อนางกลับมาเพียงผู้เดียว ไยไม่สังหารที่ประตูเมือง โดยการยัดเยียดข้อหานักโทษเล่า?”องครักษ์ตอบด้วยความหวาดหวั่น “แม้นครั้งนี้องค์หญิงจิ้งเสียนจะกลับโดยลำพัง ทว่าไม่รู้ว่าผู้ใดแจ้งข่าวก่อนที่นางจะเดินทางมาถึงล่วงหน้า ราษฎรรู้กันหมดแล้ว ต่างพากันไปรอดูที่หน้าประตูเมืองพ่ะย่ะค่ะ กระทั่งคนในจวนแม่ทัพก็ยังส่งคนมารับองค์หญิงจิ้งเสียนด้วยพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ทหารยามประตูเมืองหลวงจะมีเจตนาฆ่าก็ไม่มีทางกระทำได้ดั่งใจหมายเฮ่อฟั่งปรับอารมณ์ให้เย็นลง ก่อนจะคำนับกล่าวกับจักรพรรดิว่า “ฝ่าบาทให้กระหม่อมส่งคนไปจวนแม่ทัพ……”1003
จักรพรรดิกล่าวด้วยความเคร่งขรึม “ไม่รีบ นางยอมกลับมาจนได้ ไม่รอให้ข้าไปหานาง นางก็กลับมาหาข้าก่อนแล้ว”เขาไม่เชื่อว่าในเมืองหลวงอันกว้างใหญ่แห่งนี้ เขาจะจัดการสตรีในเรือนคนหนึ่งไม่ได้ครั้งนี้เฉินเสียนเดินทางลงทิศใต้ ระหว่างทางได้รีบการสรรเส